รัฐบาลแห่งชาติ??

 

จากเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่บัญญัติให้มีระบบจัดสรรปันส่วนผสม เพื่อไม่ให้มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากในสภา จากปัญหาวาทกรรม เผด็จการรัฐสภา ทำให้การกาบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจาก 2 ใบ ที่ เลือกคนที่รัก กับ เลือกพรรคที่ชอบ เป็นเหลือเพียง ใบเดียว กาเบอร์เดียว ได้ผล 3 อย่าง คือ ได้ ส.ส.เขต, ส.ส.บัญชีรายชื่อ และได้ นายกรัฐมนตรี

หลังจากประกาศผลเลือกตั้ง (อย่างไม่เป็นทางการ) ไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินครึ่ง พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ได้ ส.ส.เขต มากกว่าพรรคพลังประชารัฐ ได้ประกาศรวมเสียง 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ และ พรรคพลังปวงชนชาวไทย ร่วมลงสัตยาบันประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งรัฐบาลด้วยคะแนนเสียงของตัวเลข 255 เสียง ซึ่งเกินกว่ากึ่งหนึ่ง

ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ประกาศถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่าอยู่ในช่วงดำเนินการหารือกับพรรคการเมืองอื่น มีทั้งพรรคขนาดใหญ่และขนาดเล็กเพื่อให้ได้ ส.ส.เกิน 251 เสียง เพื่อให้สามารถทำงานในสภาได้ และมั่นใจได้เสียงเกินนั้น แต่มีพรรคไหนบ้าง ต้องรอหลังวันที่ 9 พ.ค.

จากกติกาใหม่ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก ถึงการคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อจัดสรรให้พรรคต่างๆเริ่มมีปัญหา จากที่ กกต. เคยประกาศว่ามีเพียงสูตรเดียว แต่ภายหลังกลายเป็นว่ามีหลายสูตร จน กกต.มีมติเอกฉันท์ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตีความถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

จากปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล หลายๆฝ่ายก็ได้เสนอความคิดให้มี รัฐบาลแห่งชาติ ดังเช่นที่ผ่านๆมา โดยเฉพาะ นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ถึงเวลาจะต้องจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนและแก้รัฐธรรมนูญ ให้รัฐบาลนี้มีวาระ 2 ปี แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ (พร้อมชูนายกฯคนกลางด้วยกัน 4 คน คือ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, นายพลากร สุวรรณรัฐ, นายศุภชัย พานิชภักดิ์ และนายชวน หลีกภัย)

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พปชร. กล่าวถึง ข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า สถานการณ์คงไม่ไปถึงทางตันเช่นนั้น เชื่อว่าจะตั้งรัฐบาลตามปกติได้ คนที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญออกมาให้ความชัดเจนแล้ว เชื่อว่า ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ คงไม่มี

การเมืองไทยจะถึงทางตันตามที่นักการเมืองทั้งหลายชอบพูดกันหรือไม่?

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *