รัฐบาลใหม่ต้อง ‘ไม่’ คอร์รัปชั่น

 

หลังจากการเลือกตั้ง นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง จุดยืนของ ส.อ.ท. ต่อรัฐบาลใหม่ว่า ต้องการรัฐบาลที่ไม่มีคอร์รัปชัน เน้นการบริหารที่โปร่งใส ทำงานร่วมกับภาคเอกชน มีนโยบายชัดเจนเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมได้

และที่สำคัญ อยากเห็นการปรับโครงสร้างระบบราชการ ด้วยการลดขนาดจำนวนข้าราชการลงให้เหลือ 60% เมื่อเทียบกับจำนวนข้าราชการในปัจจุบัน ภายใน 20 ปี ข้างหน้า ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานได้ และที่สำคัญก็คือต้องปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับภาคเอกชนเพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน

สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ส.อ.ท.ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นพรรคใดรวมกับพรรคใด ขอเพียงให้มีการยอมรับและไม่นำมาซึ่งการประท้วงจนเกิดความรุนแรงขึ้น เพราะหากเกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุน การท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศทันที อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กังวลคือ เรื่องจิตวิทยาของคนไทยที่ต่างเชียร์พรรคของตัวเอง ซึ่งทำให้สังคมมีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่อยากให้เกิดขึ้น

“การจัดตั้งรัฐบาลไม่ควรทิ้งเวลาให้ล่าช้า เพราะถ้ายืดเยื้อออกไป ในที่สุดสังคมจะกดดันเอง หากการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว จะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนใหม่ที่อาจชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูความชัดเจน แต่ในส่วนของการลงทุนที่ตัดสินใจแล้วจำเป็นจะต้องเดินตามแผนที่วางไว้ ส่วนการบริโภคอาจจะชะลอตัวบ้าง”

จุดยืนของ ส.อ.ท. ต่อรัฐบาลใหม่ดังกล่าวข้างต้น ที่ต้องการรัฐบาลที่ไม่มีคอร์รัปชัน เน้นการบริหารงานที่โปร่งใส และปรับโครงสร้างระบบราชการด้วยการลดจำนวนข้าราชการลงให้เหลือ 60% ก็ถือว่าเป็นการแสดงความต้องการของภาคเอกชนที่ต้องการรัฐบาลที่ไม่มีคอร์รัปชัน ดังเช่นรัฐบาลที่ผ่านๆมา และที่น่าสนใจมากก็คือ การลดขนาดของระบบราชการที่ใหญ่โต เทอะทะ อุ้ยอ้าย ไม่คล่องตัว ด้วยการลดจำนวนข้าราชการลงภายใน 20 ปี ซึ่งสามาถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้ น่าจะช่วยลดภาระในเรื่องของงบประมาณและทำให้ระบบราชการมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

รัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดรวมกับพรรคใด ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายค้าน หรือเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่ที่สำคัญที่สุดคือ

ควรเป็นรัฐบาลที่มี ธรรมาภิบาล โปร่งใส และ ไม่คอร์รัปชัน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *