มาตรการป้องกันการเรียกเงิน “แป๊ะเจี๊ยะ”

 

จากมติที่ประชุม คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาปรับแก้ ประกาศเรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2562 ให้ยกเลิกเงื่อนไขพิเศษเด็กฝากผู้มีอุปการคุณ โควตาของโรงเรียนคู่สัญญา และคะแนนสอบเท่ากันลำดับสุดท้าย ตามข้อเสนอของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามมาตรการป้องกันการทุจริตและเรียกเงิน แป๊ะเจี๊ยะ นั้น

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารณ์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะหากจะแก้ไขปัญหา แป๊ะเจี๊ยะ จะต้องยกเลิกเงื่อนไขพิเศษทั้ง 7 ข้อ แต่ก็เข้าใจดีว่าโรงเรียนต้องดูแลชุมชนและผู้ปกครอง ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่า ปัญหาแป๊ะเจี๊ยะจะยังอยู่ในวังวนเดิม แม้จะมีนโยบายลงมา แต่หากฝ่ายปฏิบัติไม่ทำตามก็คงหมดหวังกับการปฏิรูปการศึกษา

“จุดอ่อนที่สุดของปัญหาการรับนักเรียนอยู่ที่ผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า มีผู้บริหารโรงเรียนบางแห่งเรียกรับเงินจากการรับนักเรียนจริง ผมขอเสนอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน”  ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สพฐ.ยังไม่ได้ส่งประกาศหลักเกณฑ์การรับนักเรียน ปี 2562 มาให้เซ็นลงนาม เลยยังไม่เห็นทั้งหมดว่า ยกเลิกหลักเกณฑ์ในข้อใดบ้าง แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้การรับนักเรียนโปร่งใสมากขึ้น ส่วนเกณฑ์รับนักเรียนใหม่จะสกัดปัญหาเรื่องของเงินแป๊ะเจี๊ยะได้แน่นอนหรือไม่นั้น ปัจจุบันนี้มีคนตรวจสอบเป็นจำนวนมาก คงไม่มีใครกล้าจ่ายเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียน

“สำหรับประเด็นที่นักวิชาการอยากให้ผู้บริหารโรงเรียนต้องยื่นยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณา” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตในการเรียกทรัพย์สินหรือเงิน แป๊ะเจี๊ยะ ในการรับนักเรียนเข้าเรียนในสถานศึกษาต่างๆให้ “โปร่งใส” กับสังคม

ป.ป.ช. จึงควรพิจารณาประกาศให้ “ผู้อำนวยการโรงเรียน” เป็นตำแหน่งที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน/หนี้สิน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การศึกษา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *