คดีนาฬิกาหรูยืมเพื่อนและแหวนเพชรของแม่

 

27 ธ.ค.61 นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการประชุม พิจารณากรณีการครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชรราคาแพง ของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จำนวน 22 เรือน โดย ป.ป.ช.ให้ พล.อ.ประวิตร ชี้แจงกรณีดังกล่าว 4 ครั้งว่า นาฬิกาทั้งหมดยืมจาก นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนสนิทและคืนไปหมดแล้ว

จากการสอบพยานบุคคล และเอกสารหลักฐานจากผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาหรูในประเทศไทย เอกสารจากกรมศุลกากร กระทรวงการต่างประเทศ ป.ป.ช.ตรวจสอบพบว่า นายปัฐวาท มีฐานะดี คอยสนับสนุนการเงินให้กลุ่มเพื่อน ร.ร.เซนต์คาเบรียลที่เคยเรียนร่วมกันมา รวมทั้งให้เพื่อนกลุ่มอื่นยืมนาฬิกาไปสวมใส่ด้วย สำหรับแหวนเพชร ที่ใส่นั้น ป.ป.ช.พิจารณาจากคำชี้แจงแล้วเห็นว่า แหวน 3 วง เป็นมรดกของบิดา ที่ได้รับจากมารดา จึงไม่มีหน้าที่ต้องแสดงแหวนดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สิน

จากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 3 ว่า คดียังไม่มีมูลเพียงพอว่า พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ. Check this gonfs

จากมติของ ป.ป.ช. ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าบรรดานักการเมืองเป็นอย่างมาก อาทิ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้มีเงื่อนงำหลายอย่างที่น่าสงสัย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ประชาชนไม่ได้เชื่อตามเสียง ป.ป.ช.และไม่ได้ทำให้หายเคลือบแคลงสงสัยได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เคารพดุลพินิจของ ป.ป.ช. แต่ขอเห็นต่างกับเหตุผลในการยกคำร้อง ในแง่ของกฎหมายที่ยกคำร้องนั้นฟังไม่ได้ นายธีรพงศ์ เผ่ากา รองโฆษก พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ผลการตัดสินที่ออกมา คือการสร้างความด่างพร้อย ความเหลื่อมล้ำของกระบวนการยุติธรรม

ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า สมาคมฯเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เห็นว่า การใช้อำนาจของ 5 ป.ป.ช.เสียงข้างมาก อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 234 ดังนั้น สมาคมฯจึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมลงชื่อ 2 หมื่นรายชื่อ เพื่อถอดถอน 5 ป.ป.ช.ดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 และมาตรา 237

คำตัดสินของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. 5 ต่อ 3 ดังกล่าวข้างต้น ประชาชนทั้งหลายก็คงจะต้องเคารพในดุลยพินิจทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย  แต่ที่เป็นข้อกังขาของสังคมกันมากก็คือ การยืมนาฬิกาหรูของเพื่อนไปสวมใส่นั้น

เพื่อความโก้หรู หรือ เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของตัวเองกันแน่?

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *