กระบวนการยุติธรรมไทยยังคงพึ่งได้

 

20 ต.ค.63 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ศาลอาญาการทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 ยื่นฟ้อง ร.ต.อ.จิรศักดิ์ สุขทอง พร้อมพวกตำรวจชั้นประทวนรวม 8 นาย อดีตตำรวจ สภ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ที่ถูกนายประภาส หมื่นแก้ว แจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.หนองหอยโข่ง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.61 ว่า ถูกตำรวจทั้ง 8 นายเข้าตรวจค้นยาเสพติด แต่ไม่พบ กลับยัดอาวุธปืนเถื่อนแล้วร่วมกันกรรโชกทรัพย์

นายประภาส ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย สำนวนคดีส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สรุปสำนวนส่งอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 สั่งฟ้องจำเลยทุกคนต่อศาล จนศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 8 คน คนละ 8 ปี ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและและความผิดอื่นตาม ป.อาญา ม.148,157,337,83 และให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายที่ถูกกรรโชกทรัพย์ไป จำนวน 50,000 บาทด้วย

“คดีนี้แม้มีตำรวจเป็นผู้กระทำความผิด 8 นาย แต่จะเห็นได้ว่า พนักงานสอบสวนร้อยเวรก็ยังรับแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจด้วยกัน จึงข้อฝากสังคมว่า กระบวนการยุติธรรมยังคงพึ่งได้ ตำรวจดียังไม่ปกป้องตำรวจที่กระทำความผิด มีเหตุผิดกฎหมายขอให้แจ้งตำรวจช่วยกันใช้กฎหมายเพื่อรักษาความยุติธรรมในสังคม อย่างไรก็ตามคดีนี้จำเลยสามารถใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน” นายโกศลวัฒน์กล่าว

คดีดังกล่าวข้างต้นก็น่าจะเป็นคดีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมของไทย

ยังคงเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้.

โพสท์ใน กฎหมาย, ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

“ทางออก” ของประเทศ?

 

19 ต.ค.63 นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา  ประชุมหัวหน้าพรรคการเมือง ตัวแทนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และ วิปฝ่ายค้าน หารือถึงแนวทางเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเร่งด่วนเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

หลังการหารือ นายชวน ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้ให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ จะรีบทำหนังสือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อแจ้งให้ทราบว่าทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอยากให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ ส่วนกระแสข่าวที่ว่าได้โทรศัพท์ไปคุยกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีนั้น ยอมรับว่าได้คุยกันตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) (20 ต.ค.) นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบให้ตราร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ก.) เปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา แต่ในรายละเอียดยังไม่ได้กำหนดเรื่องวันเปิดประชุม

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเรื่องวันเปิดประชุมสมัยวิสามัญ แต่อยากให้เปิดเร็วที่สุด วันที่ 26-27 ต.ค.ตามกระแสข่าว ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เร็วที่สุดแล้ว ประเด็นของการประชุมอยู่ที่รัฐบาลจะขอเรื่องอะไรไปบ้าง ตอนนี้ขอตาม มาตรา 165 ซึ่งเป็นอำนาจของ ครม. ไม่ใช่แค่ของนายกฯ

การเปิดประชุมสมัยวิสามัญถึงแม้จะไม่สามารถหาทางออกได้ แต่ก็ถือว่าน่าจะเป็นเป็นหนทางหลักที่จะทำให้ทุกฝ่ายมีเวทีหาทางออกร่วมกันตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย

เพราะว่า “สภาผู้แทนราษฎร” คือ สภาของผู้แทนที่มาจาก “การเลือกตั้ง” ของประชาชน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

การบินไทย: ขาย “ปาท่องโก๋” ดีกว่า?

 

เมื่อต้นเดือนนี้ มีข่าวดังเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมากก็คือ ข่าว ครัวการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำ “ปาท่องโก๋” เปิดจำหน่ายในกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 5 สาขา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้ถึงวันละ 4-5 แสนบาท หรือประมาณเดือนละกว่า 10 ล้านบาท

ยอดขายที่ได้รับเป็นจำนวนมากนี้ ทำให้ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการ และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งปรับปรุงพื้นที่จำหน่ายด้วยการขยายจุดจำหน่ายปาท่องโก๋ และเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อให้ประชาชนสามารถได้รับบริการอย่างทั่วถึง

เกี่ยวกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง จนบริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเปิดบินได้ตามปกติ บริษัทจึงจำเป็นต้องหาโครงการต่างๆเพื่อ “หารายได้” และลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กร โดยล่าสุด การบินไทย ได้มีโครงการ “ร่วมใจกันเสียสละ” เพื่อช่วยยืดกระแสเงินสด (จ่ายเงินเดือน) ออกไป คือ

1.โครงการร่วมใจจากองค์กร แผน A ให้พนักงานที่เสียสละสมัครใจเข้าร่วมโครงการและลาออก และ 2.โครงการลาระยะยาว และโครงการร่วมใจจากองค์กร แผน B ทั้งนี้ พนักงานที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจะได้รับเงินช่วยเหลือตามโครงการในอัตราเทียบเท่ากับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน

โครงการ “ร่วมใจกันเสียสละ” ของการบินไทย ข้างต้น ก็น่าจะช่วยให้ การบินไทย ฟื้นกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมได้อีกครั้งจากแผนฟื้นฟูผ่านศาลล้มละลายกลาง และ

“ปาท่องโก๋” ก็น่าจะเป็นธุรกิจหลักที่สามารถทำกำไรให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี.

โพสท์ใน ข่าวสาร, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

The Last Full Measure

หนัง ปี 2019 ของ ฟอร์ไซต์ เอนเตอร์เทนเมนต์ เขียนบท/กำกับ โดย ทอดด์ โรบินสัน นำแสดงโดย เซบาสเตียน สแตน, เจเรมี เออร์วิน, คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์, ไดแอน แลดด์, วิลเลียม เฮิร์ต, ซามูเอล แอล แจ็กสัน, ปีเตอร์ ฟอนด้า หนังจัดอยู่ในประเภท ดราม่า/สงคราม

เป็นเรื่องเล่าถึงวีรบุรุษจากสงครามเวียดนาม วิลเลียม พิตเซนบาร์เกอร์ (เออร์วิน) ที่เป็นแพทย์สนามพลร่มแห่งกองทัพอากาศสหรัฐฯ ผู้ทำหน้าที่กู้ชีพทหารในกองพันทหารราบที่ 1 ซึ่งได้ช่วยชีวิตทหารในแนวหน้าเอาไว้หลายสิบคน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในสงครามนั้น

จนกระทั่ง 32 ปี ให้หลัง สก็อตต์ ฮัฟฟ์แมน (สแตน) เจ้าหน้าที่ประจำเพนตาก้อน ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสอบสวนคำร้องกรณีขอเหรียญกล้าหาญให้กับ พิตเซนบาร์เกอร์ โดยผู้ยื่นคำร้องคือ ทอม (วิลเลียม เฮิร์ต) เพื่อนรัก รวมทั้ง พ่อ (พลัมเมอร์) และ แม่ (แลดต์)

จากการสอบสวนของฮัฟฟ์แมนที่ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนักในตอนแรก เขาได้พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลในระดับสูง ทำให้เขาพยายามศึกษาถึงข้อมูลต่างๆอย่างจริงจังเพื่อที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมในการขอเหรียญกล้าหาญสูงสุดให้กับเขาให้ได้

เป็นหนังสงคราม/ดราม่า ที่อาจไม่มีฉากรบที่ตื่นเต้น แต่ก็เป็นหนังที่น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

สัญญาณให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ?

 

เมื่อเร็วๆนี้ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการพิจารณารับหรือไม่รับหลักการญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ส.ว. ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กมธ. รายงานความคืบหน้าต่อวิปวุฒิสภาว่าในรายงานจะไม่มีการชี้นำสมาชิกให้ “รับ” หรือ “ไม่รับ” หลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“จากการพูดคุยส่วนตัวกับเพื่อน ส.ว. หลังจากปรากฏในข่าวในทำนองรัฐบาลจะยอมรับ 2 ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. ของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ทำให้ ส.ว.ที่มีท่าทีกลางๆ เฉยๆ หรือบางคนที่มีท่าทีต่อต้าน เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป มีแนวโน้มจะรับ 2 ร่างนี้มากขึ้น ด้วยเหตุผลของรัฐบาลประกอบกับสถานการณ์ต่างๆจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้”

“ขณะนี้สัญญาณชัดเจนส่งมาทั้งในและนอกสภาฯให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้ง ส.ส.ร. เชื่อว่า ส.ส. และ ส.ว. ส่วนใหญ่คงร่วมกันโหวตให้เป็นไปตามสัญญาณนี้ ใครขัดขวางคงไม่ได้ นั่นคือความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของสถาบันหลักของประเทศ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ประนอมอำนาจของทุกฝ่าย” นายวันชัยกล่าว

ก็ต้องขอชื่นชมคำกล่าวของนายวันชัย ข้างต้นเป็นอย่างยิ่งที่ให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า ส.ว. ผู้มีเกียรติ และศักดิ์ศรีทั้งหลาย ที่มีท่าทีกลางๆ เฉยๆ หรือบางคนที่มีท่าทีต่อต้าน เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป มีแนวโน้มจะรับ 2 ญัตติร่างแก้ไข รธน.มากขึ้น โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้รับสัญญาณหรือใบสั่งจากใคร

อย่าทำให้วุฒิสภา เป็น “สภาตรายาง” หรือ “สภาทาส” ตามที่ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเลย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“คณะราษฎร ‘63” ชุมนุมประท้วงขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์

 

14 ต.ค.63 กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่รวมตัวกันในนามกลุ่ม “คณะราษฎร 2563” จัดชุมนุมใหญ่ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลาออก เร่งรัดแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน ที่ต่อเนื่องมาจากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก คณะประชาชนปลดแอก และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยใช้วันประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 14 ตุลา เป็นวันดีเดย์

08.00 น.การชุมนุมเริ่มต้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (จากเวลานัดหมายเดิม 14.00 น.) มวลชนทั้งหลายได้ทยอยเข้าร่วมชุมนุม แกนนำมีการประกาศให้มวลชนชุมนุมโดยสงบและหลีกเลี่ยงการปะทะ พร้อมย้ำว่าหากมีขบวนเสด็จฯผ่าน จะไม่มีการกล่าวคำหยาบโดยให้ชูสามนิ้วและอ่านบทกวีแทน

14.30 น. “คณะราษฎร 2563” เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าไปยังสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเคลื่อนขบวนมาถึงเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศได้ถูกสกัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ตั้งแถวและแนวรั้วเหล็กสกัด มีการเจรจาต่อรองเจ้าหน้าที่ได้เปิดเส้นทางให้วกไปทางถนนนครสวรรค์แทน

17.00 น. ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง มีการปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งประชาชนที่สวมเสื้อเหลือง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าสกัดไม่ให้ปะทะกัน และเจ้าหน้าที่ได้ถอยร่นแนวรับไปอีก 50 เมตร หลังผ่านแนวกั้นตรงแยกนางเลิ้ง ได้ผ่านสะพานชมัยมรุเชฐ ไปปักหลักบนถนนพิษณุโลก ประชิดรั้วทำเนียบรัฐบาล

18.10 น.ขบวนคณะราษฎร สามารถยึดถนนหน้าทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ มีการประกาศชวนให้มวลชนเปิดแฟลชโทรศัพท์เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าสามารถยึดทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว รวมทั้งประกาศบนรถขยายเสียงว่าจะปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบถ้านายกไม่ลาออกจะไม่กลับ

ล่าสุด ได้มีการประกาศยกเลิกการชุมนุมประท้วงในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (15 ต.ค.) และได้มีการนัดชุมนุมกันใหม่ที่บริเวณแยกราชประสงค์

การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมในลักษณะของ กลุ่มคนเสื้อเหลือง กลุ่มคนเสื้อแดง หรือว่า ของกลุ่ม กปปส. ดังเช่นที่ผ่านมา

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ปฏิบัติการ IO ของประเทศไทย?

 

8 ต.ค.63 ฝ่ายดูแลความปลอดภัยการใช้ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทวิตเตอร์ ได้เปิดเผยรายงานการตรวจสอบผ่านเว็บบล็อกทวิตเตอร์ ว่า บริษัทได้ระงับบัญชีผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับ ปฏิบัติการข่าวสารของรัฐ (Information Operation) หรือ ไอโอ (IO) ทั้งหมด 1,594 บัญชี ใน 5 ประเทศ ได้แก่  อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย คิวบา รัสเซีย และ ประเทศไทย

เนื่องจากเจ้าของบัญชีเหล่านี้ ละเมิดนโยบายการป้องกันการบิดเบือนข้อมูล ชี้นำเนื้อหาทวิตเตอร์ ในจำนวนนี้  เป็นบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ของไทยถึง 926 บัญชี ทำให้พบเครือข่ายผู้ใช้งานที่เห็นชัดว่า มีความเชื่อมโยงกับกองทัพบกไทย และปฏิบัติการไอโอสนับสนุนกองทัพบก สนับสนุนรัฐบาลพร้อมโจมตีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่มีบทบาทโดดเด่นชัดเจน ทวิตเตอร์จึงต้องปิดบัญชีทั้งหมด 926 บัญชีในไทย และจะตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีบัญชีอื่นๆที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายเหล่านี้อีกหรือไม่

รายงานการตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ของทวิตเตอร์ที่ใช้ในปฏิบัติการ ไอโอ นี้ ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมือง และประชาชนเป็นจำนวนมากว่า รัฐบาลไทยได้ใช้กองทัพเป็นเครื่องมือบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิด ทำให้สังคมแตกแยก จนลุกลามไปสู่ความเกลียดชัง ทั้งในเชิงพฤติกรรมของการแสดงออกและเชิงความคิดในหมู่ประชาชนกันจริงๆ

ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งของโลก แต่ทำไมถึงมี ปฏิบัติการข่าวสารของรัฐ ที่สร้างความเชื่อถือให้กับรัฐบาลด้วยการโจมตีนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และสร้างความขัดแย้ง ความแตกแยกให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน

ที่สูงมากเป็น “อันดับ 1 ของโลก” ไปได้ก็ไม่รู้.

โพสท์ใน การเมือง, ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

Greenland

หนัง ปี 2020 ของ เอสทีเอ็กซ์ ฟิล์มส เขียนบท/กำกับโดย ริค โรมัน วาฟ นำแสดงโดย เจอราร์ด บัตเลอร์, โมรีนา แบ็คคาริน, โรเจอร์ เดล ฟลอยด์, สก็อตต์ เกลนน์ หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ทริลเลอร์

เป็นเรื่องราวของ จอห์น แกร์ริตี (บัตเลอร์) วิศวกรไฟฟ้า กับ อัลลิสัน (แบ็คคาริน) ภรรยา และ นาธาน (ฟลอยด์) ลูกชายที่ป่วยเป็นเบาหวาน ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ จากกรณีจะมีชิ้นส่วนของดาวหางพุ่งเข้าถล่มโลก โดยให้เดินทางไปยังสถานที่หลบภัยที่จัดเตรียมไว้ให้ที่กรีนแลนด์

ทั้งหมดเดินทางไปยังสนามบิน ผ่านการตรวจสอบ แต่เกิดปัญหาลืมยาบรรเทาอาการของเบาหวานไว้ที่รถ จอห์นต้องพลัดหลงกับ ภรรยาและลูกชายทำให้ไม่สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ แถม อัลลิลัน ภรรยา ก็ถูกลักพาลูกชายเพื่อเอาไปหลอกกับเจ้าหน้าที่เพื่อเดินทางไปยังสถานที่หลบภัยแทน

หนังดำเนินเรื่องให้ผู้ชมติดตามการตามหาและอันตรายต่างๆที่เกิดขึ้นกับครอบครัวแกร์ริตีให้ตื่นเต้นเป็นระยะ กว่าที่พวกเขาจะรวมตัวกันได้จากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งต่างไปจากหนังหายนะเรื่องอื่นๆเช่นที่ผ่านมาที่เน้นในเรื่องของภัยพิบัติ จนทั้งหมดสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้

เป็นหนังแอ็กชั่น/ตื่นเต้น ที่พอดูสนุกเพลินๆเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

ทหารจะปฏิวัติรัฐประหารกันอีกหรือไม่?

 

6 ต.ค.63 ที่ บก.ทบ. พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วาระพิเศษ หลังเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งแรก พร้อมแถลงนโยบายกองทัพกับการเมือง และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารว่า โอกาสของการทำเรื่องพวกนี้ ทุกอย่างเป็นศูนย์หมด บนพื้นฐานที่อย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสร้างเงื่อนไขปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงและกระทบต่อความเดือดร้อน “อยากให้ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์ ด้วยการขจัดเงื่อนไขต่างๆเหล่านี้ให้เป็นติดลบ แต่จะติดลบได้ทุกคนต้องช่วยกัน โอกาสมันไม่มีอยู่แล้ว”

นอกจากนั้น ยังได้พูดถึงเรื่องของประชาธิปไตย ว่า ทุกคนมีเสรีภาพ แต่เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ต้องมี 2 เรื่องประกอบกันคือ 1.ต้องไม่ก้าวล่วงสิทธิของคนอื่น 2.ต้องมีความรับผิดชอบต่อเสรีภาพที่ตัวเองกระทำ ถ้าไปก้าวล่วง หรือทำผิดกฎหมาย และเรื่องของการปฏิรูปว่า การปฏิรูปคือการแก้ไขปรับปรุง ดังนั้นทุกคนควรกลับมามองและปฏิรูปตัวเองก่อน อยากให้ทุกคนกลับไปดูตัวเองว่ามีความถูกต้องสมบูรณ์แค่ไหน ก่อนไปบอกคนอื่นให้ไปทำแบบนั้นแบบนี้

คำให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ.ถึงเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารที่จะต้องถูกถามทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ.คนใหม่ ซึ่งคำตอบก็ไปตามครรลองของประชาธิปไตยที่ว่า กองทัพจะปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล รมว.กลาโหม และผบ.ทหารสูงสุด “ทุกอย่างเป็นศูนย์หมด” บนพื้นฐานที่อย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสร้างเงื่อนไขปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง

ประเด็นที่น่าสนใจของ ผบ.ทบ.ที่ให้สัมภาษณ์ก็คือ เรื่องของ “การปฏิรูป” ที่กล่าวว่า ทุกคนควรปฏิรูปตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปบอกให้คนอื่นทำอย่างโน้นอย่างนี้ ประเทศของเรานั้นถือว่ามีปัญหาในเรื่องของการปฏิรูปกันจริงๆ ดังนั้น เรามาเริ่มต้นปฏิรูปตัวเองกันก่อน เริ่มตั้งแต่ “ประชาชน” ที่ต้องคำนึงถึง สิทธิและหน้าที่ของปวงชนชาวไทย และที่สำคัญที่สุดก็คือ

“นักการเมือง” ที่ต้องไม่ทุจริตโกงกินและสร้างความขัดแย้งที่รุนแรงให้เกิดขึ้น.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

กมธ.วิสามัญศึกษาก่อนรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

จากกรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้โหวตตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ฉบับ เมื่อค่ำวันที่ 24 ก.ย.ก่อนการประชุมใกล้จบ และ สุดท้ายที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 45 คน ก่อนที่จะมีการรับหลักการ โดย พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกาศถอนตัวไม่ขอร่วมเป็น กมธ.

จากนั้น (5 ต.ค.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้า พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กมธ. จะเชิญตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านไปร่วมหารือนั้นว่า ยังไม่เห็นหนังสือเชิญ ถ้าหากเป็นการเชิญเพื่อจะซื้อเวลา “เราไม่ขอร่วม”  เพราะผลการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญมีอยู่แล้วมากมาย รัฐบาลเคยแถลงว่าเป็นนโยบายเร่งด่วน “แต่พอจะแก้กลับซื้อเวลา”

ล่าสุด (6 ต.ค.) มีการประชุมคณะอนุ กมธ.พิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 23-24 ก.ย. มาพิจารณาก่อนสรุปความเห็นส่งที่ประชุมใหญ่ กมธ.ชุดใหญ่พิจารณา โดยที่ไม่มีพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าร่วมพิจารณาแต่อย่างใด

เรื่องนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมนุสรณ์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โฆษก กมธ.กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย  ทำให้ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวโต้ว่า อย่าเอาดีใส่ตัวและพวกพ้อง เพราะพรรคฝ่ายค้านไม่เคยพูดตกลงในวิป 3 ฝ่าย ให้ตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา แต่ช่วงค่ำของวันที่ 24 ก.ย.กลับมีใบสั่งให้ตั้งซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่าไม่มีความจำเป็น

การไม่เข้าร่วม กมธ. วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะ” เห็นด้วย” กับการแก้ไขมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่เห็นด้วยกับการการตั้ง กมธ.ศึกษาของที่ประชุม ดังนั้น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลในฐานะผู้เสนอญัตติ และ ส.ว. เท่านั้น ที่จะพิจารณาว่า

จะ “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น