คดี “ครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.” ของ “ปารีณา”

 

จากกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ไม่สามารถดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ เพราะคืนพื้นที่ให้กับรัฐตามกฎหมาย ส.ป.ก.แล้ว เช่นเดียวกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ออกมาชี้แจงว่าที่ดิน ส.ป.ก.คืนรัฐแล้วไม่ผิด พร้อมยกตัวอย่างกรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี คืนที่ดิน ส.ป.ก.แล้วจบกัน ทำให้หลายฝ่ายได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายดำรง พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้า พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) เปิดเผยถึงเรื่องการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าของ น.ส.ปารีณา ว่า ยังไม่ยุติ น.ส.ปารีณาจะต้องโดนจับเพราะศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาไปแล้วว่า ใครบุกรุกที่ป่าสงวน ก่อนปี 2554 ถือว่ามีความผิด น.ส.ปารีณา แจ้งครอบครองพื้นที่ปี 2547 และแจ้งว่ามี ภ.บ.ท.5 ปี 2549 ถือว่ามีความผิดฐานบุกรุกป่าต้องจับกุมดำเนินคดี

ขณะที่ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวมี พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อ ปี 2554 น.ส.ปารีณา ครอบครองเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่ ปี 2545 การครอบครองเกิดขึ้นก่อนการตรา พ.ร.ฎ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงไม่ผิดฐานบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งนี้อำนาจหน้าที่ของ ส.ป.ก.คือการรวบรวมที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปนำมาจัดให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรตามกฎหมาย ดังนั้นเมื่อส่งมอบที่ดินคืน ในส่วนของ ส.ป.ก.จึงสิ้นสุดลง

ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า นายวิษณุให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ถูกต้องครบถ้วน แต่อาจมีการนำเสนอข่าวที่ไม่ตรง เพราะพูดถึงประเด็นคืนพื้นที่ ขณะนี้มี 3 ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ คือ 1.พื้นที่ดังกล่าวเข้าไปดำเนินกิจกรรมจัดที่ดินตามกฎหมายใด 2.หากกระทำความผิดหรือสถานภาพกลับมาในพื้นที่เดิมคือพื้นที่ป่า ควรดำเนินคดีอย่างไร และ 3.เมื่อมีการดำเนินคดี หน่วยงานไหนต้องเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการ

“พื้นที่ 46 ไร่ ที่กรมป่าไม้แจ้งดำเนินคดีไปแล้ว อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ส่วนความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา จะไม่เกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว เพราะถือเป็นความผิดฐานเดิม การหารือในครั้งนี้เฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตของ ส.ป.ก.” นายอรรถพลกล่าว

เรื่องของคดี “ครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.” เราก็คงต้องติดตามกันอีกต่อไป.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

“วันรัฐธรรมนูญ”

 

10 ธ.ค.62 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ส.ส. ข้าราชการรัฐสภา วุฒิสภา ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าและผู้แทนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมถวายพานพุ่มสักการะพระบรมรูปจำลอง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระราชทาน รัฐธรรมนูญฉบับแรก แก่ราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ.2475

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 โดย “คณะราษฎร” ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการสายทหารบก ทหารเรือ และสายพลเรือนรวม 99 คน มี พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหัวหน้า ร่วมกันยึดอำนาจการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 และหลังจากนั้นทรงสละราชสมบัติ ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2475 โดยมีเหตุผลในการตัดสินพระทัย ตามความในพระราชหัตถเลขา ว่า ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร…

หลังจากวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 ที่มีทั้งหมดเพียง 39 มาตรา จนกระทั่งถึง รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 20) ที่มีทั้งหมด 379 มาตรา ก็หมายความว่า ประเทศของเรา มีรัฐธรรมนูญประกาศใช้มาแล้ว ครบ 87 ปี

ประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมาล้มลุกคลุกคลานกันมาโดยตลอด มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีการรัฐประหาร มีการฉีกรัฐธรรมนูญ มีการร่างใหม่ มีการประกาศใช้ และให้มีการเลือกตั้ง จาก ปี 2475 เป็นต้นมา มีการพูดกันมากว่า ประเทศของเราใช้รัฐธรรมนูญ “เปลือง” ที่สุดในโลก

ล่าสุด ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (11 ธ.ค.) เพื่อพิจารณาญัตติด่วนให้ตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เพื่อนำไปสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติไว้ให้แก้ไขยาก

เมื่อไหร่เราจะก้าวพ้น “รัฐธรรมนูญ” ที่มีปัญหากันเสียที?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ระบบรัฐสภาไทย”

 

4 ธ.ค.62 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ คำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของ หน.คสช. ตาม มาตรา 44 เป็นครั้งที่ 3 หลังจากเกิดสภาล่ม 2 ครั้งติดต่อกัน ฝ่ายรัฐบาลแก้เกมกลับพลิกชนะโหวต มีผู้แสดงตน 259 เสียง (เกินกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม) ผลการลงมติ “ไม่เห็นด้วย” ให้ตั้ง กมธ.ดังกล่าว ด้วยคะแนน 244 ต่อ 5 งดออกเสียง 6  โดย ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้พากันวอล์กเอาต์จากห้องประชุม

จากการตรวจสอบพบว่า มี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่ไม่ได้ร่วมวอล์กเอาต์ อยู่ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมถึง 10 คน คือ พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคอนาคตใหม่ 2 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน และ พรรคประชาติ 1 คน ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน โหวตสวนมติพรรค (ให้ตั้ง) 4 คน โหวตโน 2 คน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกคำแถลงของพรรคถึงกรณี ส.ส.ของพรรคโหวตสวนมติพรรคว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความกลัวการถูกตรวจสอบของผู้นำรัฐบาล ถึงขั้นกล้ากระทำสิ่งที่น่าละอาย ขัดความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ไม่ว่านำจำเลยซึ่งศาลฎีกาพิพากษาให้มีความผิดให้เข้ามานั่งในสภาได้ หรือกรณีมีการกล่าวอ้างถึงการใช้เงินมากถึง 7-8 หลักเพื่อโน้มน้าวชักจูงให้ลงมติสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล เพื่อไม่ให้มีการตั้ง กมธ.

ด้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่ร่วมเป็นแสดงตนเป็นองค์ประชุมให้ให้ฝ่ายรัฐบาล โดยให้เหตุผลแก้ตัวว่า เพราะอยากให้สภาฯเดินหน้าไปได้ ไม่ชอบวิธีการวอล์กเอาต์นั้น การให้สภาเดินหน้าไปได้ 3 วิธี คือ 1.เมื่อลงคะแนนแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่เสนอให้นับใหม่ สภาฯจะเดินหน้าไปตามปกติ 2.เมื่อเกิดเหตุสภาฯล่ม 2 ครั้ง หากจะให้สภาเดินหน้าต่อไปได้นั้นง่ายนิดเดียว คือรัฐบาลถอนญัตติที่เสนอให้นับคะแนนใหม่ ตามข้อเสนอของฝ่ายค้านและคำแนะนำของประธาน 3.อีกวิธีการหนึ่งคือให้ฝ่ายค้านยอมทำตามรัฐบาล คือร่วมนับใหม่และไม่วอล์กเอาต์

“เหตุใด ส.ส.ที่สื่อเรียกว่างูเห่าเหล่านั้น ไม่เลือกสนับสนุนวิธีการที่ 1 และ 2 ทำไมต้องเจาะจงเลือกวิธีที่ 3 และหันไปสนับสนุนรัฐบาลและขอร้องให้ฝ่ายค้านยอมให้กับฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น โดยการวอล์กเอาต์เป็นวิธีการหนึ่งที่สภาฯทั่วโลกใช้กัน เพื่อควบคุมการเหลิงอำนาจของรัฐบาล แต่ใช้เท่าที่จำเป็น…” นายสุทินกล่าว

ปัญหาต่างๆของ “ระบบรัฐสภาไทย” เกิดจากอะไรกันแน่?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Gemini Man

หนัง ปี 2019 ของ พาราเมาต์ กำกับโดย อัง ลี นำแสดงโดย วิลล์ สมิธ, แมรี่ อลิซาเบ็ธ วินสตีด,ไคล์ฟ โอเว่น, เบเนดิกต์ หว่อง, วิคเตอร์ ฮูโก หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ทริลเลอร์/ไซ-ไฟ

เป็นเรื่องราวของ เฮนรี่ โบรแกน (สมิธ) มือสังหารระดับพระกาฬที่คิดจะวางมือจากงานที่ทำ แต่ได้ถูกหน่วยข่าวกรองลับส่งตัว แดนนี่ (วินสตีด) สายลับสาวคอยติดตามความเคลื่อนไหวเพื่อที่จะกำจัดเขา แต่ด้วยประสบการณ์ทำให้เขารู้ตัวก่อน จนทั้งสองต้องหนีการตามล่าไปด้วยกัน และได้ไปขอความช่วยเหลือจาก บารอน (หว่อง) เพื่อนสนิทร่างใหญ่ที่เป็นนักบิน

ผู้ที่ตามล่าเขา มีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายกับเขามาก จากการตรวจสอบพบว่าเป็นโคลนนิ่งของตัวเขาเองที่ถูกสร้างขึ้นจากโครงการเจมิไน โดย เคลย์ เวอร์ริส (โอเวน) ศัตรูที่เป็นอดีตเพื่อนร่วมกองทัพในการสร้างนักรบให้เป็นเครื่องจักรสังหารให้กับรัฐบาล

เฮนรี่ที่อยู่ในวัย 51 ปี ต้องต่อสู้กับ จูเนียร์ โคลนนิ่งในวัย 25 ปีของตัวเขาเอง โดยที่เวอร์ริสได้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กดังเช่นเป็นลูก เขากับแดนนี่และบารอนต้องเดินทางไปทั่ว บินไปโคลอมเบีย ฮังการี และไปจบลงที่ จอร์เจีย เขาต้องต่อสู้กับโคลนนิ่งของตัวเองและศัตรูฝ่ายตรงข้ามด้วยความยากและลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง

เป็นหนังแอ็กชัน/ไซ-ไฟ ที่สนุกตื่นเต้น น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562

 

16 เม.ย.62 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562 เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว

สาระสำคัญที่น่าสนใจ คือ 1.มาตรา 5 มาตรฐานทางจริยธรรม คือ หลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย (1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่  (3) กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน (6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ (7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

2.มาตรา 8 ให้มี คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ม.จ.” ประกอบด้วย (1) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็น ประธานกรรมการ (2) ผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (3) กรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน ได้แก่ ผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจาก คณะ กก.ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา คณะกก.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะ กก.ข้าราชการตำรวจ คณะ กก.มาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และ สภากลาโหม อย่างละ 1 คน (4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 5 คนเป็นกรรมการ

3.มาตรา 20 ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลแต่ละประเภทและองค์กรตาม มาตรา 6 มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินกระบวนการรักษาจริยธรรม และการประมินผลการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม…และมาตรการที่ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐซึ่งมีพฤติกรรมที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม โดยอาจกำหนดมาตรการเพื่อใช้ในการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น

พ.ร.บ.นี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

คดีบุกรุกป่าของ “ปารีณา”

 

หลังจากเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย ในฐานความผิด รวม 4 ข้อหา ประกอบด้วย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97

ขณะที่ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจเอกสารหลักฐานและข้อพิพาทในที่ดินผืนที่มีปัญหาทั้งหมด มีการนำเสนอภาพถ่ายแนวเขตพื้นที่ พร้อมกับหลักฐานที่กรมป่าไม้รวบรวมมอบให้พนักงานสอบสวน

พล.ต.ต.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า ได้ทำรายงานเสนอไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แล้ว แต่ยังไม่มีคำสั่ง ให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน หรือรวบรวมสำนวนคดีกับ สภ.จอมบึง ที่มีประชาชนไปแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบว่าเรื่องที่กรมป่าไม้ร้องทุกข์กับที่ สภ.จอมบึง เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ หากเป็นเรื่องเดียวกัน จะถือว่าซ้ำซ้อน ปทส.อาจไม่รับเป็นคดี โดยจะโอนไปให้ท้องที่ดำเนินการ

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้สังคมให้ความสนใจเรื่องของเอกสารต้องทำให้รัดกุม ไม่ให้มีผลหรือให้ใครมาเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ได้ ตอนนี้คดีเป็นหน้าที่เจ้าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อไป โดยกรมป่าไม้จะให้ข้อมูลทั้งหมดเท่าที่มี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณา ส.ส.ราชบุรี พปชร. เดินทางไปขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนประจำรัฐสภา กล่าวอ้างสื่อมวลชนหลายสำนักพาดหัวข่าวสร้างความเสียหายให้กับตนเอง ยืนยันว่าไม่ได้มีพฤติกรรมแย่งไมโครโฟนจากมือ อธิบดีกรมป่าไม้ เพียงแต่ซักถามในประเด็นรายละเอียดของที่ดินที่แถลงเท่านั้น

“ส่วนที่มีการแจ้งความเอาผิดผม และ น.ส.ปารีณา กับ บก.ปทส.นั้น ผมจะเดินทางไปยัง บก.ปทส. เพื่อรายงานตัวและพร้อมตอบในทุกคำถาม” นายทวีกล่าว

เรื่องของคดี เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

สภาฯ “ล่ม” กันอีกแล้ว!!

 

28 พ.ย.62 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของ หน.คสช.ตาม มาตรา 44 ได้ล่มเป็นครั้งที่ 2 (2 วันติด) เมื่อนับองค์ประชุมได้แค่ 242 เสียง (ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด 499 คน) โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลขาดหายไป 14 ราย (พปชร.4 ปชป.6 และ ภท.4) หลังจากที่ผลการลงมติแพ้ฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.

สาเหตุ ของ สภาฯล่ม ครั้งแรก เกิดจาก ฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้ตั้ง กมธ.ดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียง 234 ต่อ 220 (งดออกเสียง 2) เป็นฝ่ายแพ้ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลจึงได้เสนอให้นับคะแนนใหม่ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 85 เมื่อมีผลคะแนนห่างกันไม่เกิน 25 คะแนน แต่พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการนับคะแนนใหม่แบบขานชื่อ จึงได้พากันวอล์กเอาต์จากห้องประชุมสภาฯก่อนนับองค์ประชุม

ประเทศของเรา หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองเมื่อ ปี 2475 ที่ รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ประชาชนมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารบริหารราชการแผ่นดิน เป็นเวลาเกือบ 86 ปี เรามี รัฐธรรมนูญ มากถึง 20 ฉบับ ระบอบรัฐสภาไทยก็ยังคงมีปัญหาขัดแย้งในเรื่องการต่อสู้เพื่ออำนาจทางการเมืองกันมาโดยตลอด

รัฐธรรมนูญ ฉบับ ปี 60 ได้มีบทบัญญัติให้ หัวหน้าคณะรัฐประหาร แต่งตั้ง 250 ส.ว. มีอำนาจเลือก หน.คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ได้ ส.ส.มาเป็นอันดับที่ 2 ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคเล็กและพรรคจิ๋ว กว่าสิบพรรค (จากระบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ไม่ให้มีคะแนนเสียงตกน้ำ)

รัฐบาล พปชร. จึงเป็นรัฐบาลผสมที่มีเสียง ปริ่มน้ำ เมื่อผลการลงมติในญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญ ข้างต้น ที่รัฐบาลแพ้ฝ่ายค้านอย่างฉิวเฉียด ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลจึงได้เสนอขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ในลักษณะที่ว่า รัฐบาลจะแพ้การลงมติในสภาฯไม่ได้

ระบบรัฐสภาไทยที่ผ่านมา เราพบว่า รัฐบาลผสมที่มีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ ไม่มี เอกภาพ ในการบริหารประเทศ รัฐบาลที่มาจากพรรคเดียวก็ถูกโจมตีว่าเป็น เผด็จการรัฐสภา รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร รัฐสภาก็กลายเป็น รัฐสภาตรายาง

เราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับ “ระบบรัฐสภาไทย” กันบ้าง?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Terminator: Dark Fate

หนัง ปี 2019 ของ พาราเมาต์ และ ทเว็นตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ กำกับโดย ทิม มิลเลอร์ , นำแสดงโดย นาทาเลีย เรเยส, แม็คเคนซี เดวิส, ลินดา แฮมิลตัน, อาโนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์แกเบรียล ลูนา หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ผจญภัย/ไซ-ไฟ

เป็นเรื่องราวในลักษณะของภาคต่อจาก Terminator 2: Judgment Day (1991) เริ่มต้นด้วย เกเบรียล (ลูนา) หุ่นยนต์สังหาร เรฟ- 9 ที่พัฒนาถึงขั้นสุด ถูกส่งกลับมาจัดการกับ ดานี รามอส (เรเยส) สาวน้อยที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับน้องชายและพ่อในเม็กซิโก ซิตี้ ที่ต้องหลบหนีการตามล่าข้ามแดนไปยังสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ เกรซ (เดวิส) นักรบสาวจากโลกอนาคตที่เป็นลูกผสมระหว่างมนุษย์กับไซบอร์ก ที่ถูกส่งกลับมาเพื่อช่วยเหลือ ดานี ให้รอดพ้นจากการไล่ล่า พร้อมๆกับ ซาราห์ คอนเนอร์ (แฮมิลตัน) ก็ได้กลับมาเพื่อปกป้องโลกเป็นครั้งที่สาม

หุ่นยนต์สังหารที่ถูกส่งมาตามล่าเป็นหุ่นรุ่นใหม่ที่สามารถและโหดเหี้ยมกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ทำให้เกรซ และ คอนเนอร์ ต้องไปขอความช่วยเหลือจาก คาร์ล (ชวาร์เซเน็กเกอร์) หุ่นสังหาร ที-800 ฉบับดั้งเดิม เพื่อปกป้องโลกให้รอดพ้นจากภัยคุกคามที่น่ากลัว

หนังมีฉากแอ็กชันที่ชวนตื่นเต้นให้ได้ชมกันอย่างมากมายทั้งบนรถบรรทุก บนรถไฟ ใต้น้ำ รวมทั้งฉากต่อสู้กันบนเครื่องบินซี-5 ที่ผู้แสดงกระเด็นกระดอนไปมาอยู่ข้างในขณะที่เครื่องกำลังจะตก

เป็นหนังแอ็กชัน/ไซไฟ ภาคต่อที่ยังคงดูสนุก และน่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

บุกรุกพื้นที่ป่า หรือ พื้นที่ ส.ป.ก.?

 

หลังจากคณะทำงานเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่อยู่ในการครอบครองของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจำนวน 46 ไร่ แต่ภายหลังได้มีคำสั่งให้ทำการรังวัดใหม่ กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งประเทศว่า จะเป็นการช่วยเหลือ น.ส.ปารีณา จากการบุกรุกที่ป่าสงวน กลายเป็นบุกรุกที่ ส.ป.ก. แทน ซึ่งมีโทษทางแพ่งไม่มีโทษทางอาญา นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายดำรงค์ พิเดช หน.พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องปฏิรูปที่ดินต้องเลิกพูดไปได้เลย เพราะพื้นที่ที่กรมป่าไม้มอบให้ ส.ป.ก. หากยังไม่จัดสรรเป็นที่ดินปฏิรูป ถือว่ายังมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าตามกฎหมายป่าไม้ แม้ประกาศเขตปฏิรูปไป แต่ยังไม่มีการยกเลิกเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนฯ ก็ยังคงมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าไม้

“ขอเตือนว่าเรื่องคดีป่าไม้ไม่มีใครช่วยใครได้ และจะพากันจมน้ำตายหมด ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ไม่ได้มีอคติกับ น.ส.ปารีณา หรือใคร ในฐานะที่เคยทำงานจับกุมคดีมาตั้งแต่เป็นป่าไม้เขตจนเป็นอธิบดี วันนี้ต้องเลิกพูดเรื่อง ส.ป.ก. เพราะพื้นที่ดังกล่าวยังมีสภาพเป็นป่า และในใบ ภบท.5 ในภาษาของเจ้าหน้าที่ป่าไม้เรียกว่าเป็นใบรับสารภาพ มีการบุกรุกเสียภาษีดอกหญ้ามาก่อนประกาศเขตปฏิรูปในปี 2554…” นายดำรงค์กล่าว

ขณะที่ นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า จากหลักฐานที่มีนั้นพบว่า น.ส.ปารีณา มีความผิดชัดเจน เป็นการบุกรุกป่า ซึ่งใครจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือต้องติดคุกด้วย ไม่อยากให้คดีนี้เป็นคดีที่ไม่มีความผิดทางอาญาแค่ยึดพื้นที่คืนแล้วจบ เพราะที่ผ่านมามีชาวบ้านที่แค่เข้าไปหาของป่าก็ติดคุก ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ

เรื่องของการบุกรุกพื้นที่ป่า จะมีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือหรือ “ช่วยอุ้ม” น.ส.ปารีณา ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันหรือไม่

เราก็คงต้องรอและติดตามดูกันต่อไป.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

ผลการตรวจสอบที่ดินในครอบครอง ของ ‘ปารีณา’

 

25 พ.ย.62 นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ร่วมกับ นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี และ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินคดีบุกรุกป่าของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ที่ ห้องประชุมสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 จ.ราชบุรี ว่า

หลังจากคณะทำงานเข้าตรวจสอบพื้นที่ เขาสนฟาร์ม กว่า 600 ไร่ (24 พ.ย.) พบว่า เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 30 ไร่ กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และอีก 16 ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 รวมพื้นที่ที่ถูกบุกรุกจะต้องถูกดำเนินคดีจำนวน 46 ไร่

นายพัฒนะ กล่าวว่า  ในวันนี้ยังไม่ได้เข้าไปแจ้งความ เนื่องจากมีรายละเอียดมากต้องรอรวบรวมหลักฐานๆและประสานกับหน่วยงานอื่นที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่นั้นก่อน คาดว่าจะสามารถแจ้งความได้ภายในเร็ววันนี้ หากแจ้งความแล้วจะต้องเข้าไปปักป้ายว่าเป็นพื้นที่ตรวจยึดไว้แล้ว

นายธวัชชัย กล่าวว่า กรมป่าไม้ทำตามกฎหมายป่าไม้ จะแจ้งความดำเนินคดีทุกอย่างที่ผิดกฎหมายของป่าไม้ ส่วนโทษที่สุดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล และป่าไม้จะทำงานเดินคู่กับทาง ส.ป.ก. เราทำตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีใครบังคับขู่เข็ญให้เราทำสิ่งใดโดยไม่ถูกต้อง

ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรณีที่ดินป่าสงวนฯของ น.ส.ปารีณา ได้สั่งการให้กรมป่าไม้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา “แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนกัน แต่กฎหมายต้องเท่าเทียมกัน”

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องการบุกรุกป่าของ น.ส.ปารีณา ว่า ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำงานก่อน ถ้าผิดจริงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ยืนยันว่าไม่มีใครจะไปปกป้องใครได้ “ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย”

“เรื่องของการบุกรุกป่า”  เราก็คงต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น