สถานการณ์รัฐบาล “เรือแป๊ะเหล็ก”?

 

หลังความพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ชุมพร และ เขต 6 สงขลา ได้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มแกนนำใน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินเกมบีบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ให้แสดงความรับผิดชอบที่นำทีมพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั้ง 2 เขต รวมทั้งมีแชตไลน์หลุดของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่เสนอให้ทำโพลสำรวจสาเหตุที่ทำให้พรรคตกต่ำ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่

จากนั้นได้มีการแจ้ง ส.ส.พรรค พปชร.ทุกท่านเข้าร่วมประชุมที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส และ ส.ส.ในกลุ่มอีก 21 คน แสดงความประสงค์จะออกจากพรรค โดยต้องการให้พรรคลงมติขับออก จะได้ไปหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน จากนั้นได้มีการเรียกประชุมเฉพาะกรรมการบริหารพรรค และที่ประชุมมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส และ พวกทั้งหมด พ้นจากพรรค

ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคเป็น ส.ส.จากพรรคเล็ก 9 คน อาทิ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พรรคพลังชาติไทย 1 คน พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน  พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน พรรคพลเมืองไทย 1 คน พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน พรรคไทรักธรรม 1 คน พรรคเพื่อชาติไทย 1 คน สำหรับ พรรคพลังธรรมใหม่ ยังอยู่กับพรรค พปชร.

การที่ พปชร. มีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส และพวก ทั้ง 22 คนออกจากพรรค ได้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคกันมากว่าส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลอย่างแน่นอน เมื่อกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ได้ย้ายไปอยู่กับพรรคใหม่ จะสามารถสร้างอำนาจต่อรองในการ โหวตคว่ำรัฐบาล ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เป็นอย่างดี รัฐบาล “เรือแป๊ะเหล็ก” จะอยู่ต่อหรือจะไป

เราก็คงจะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

แก้ไขปัญหาเรื่อง “หมูแพง” ช่วยประชาชน

 

นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุม “วอร์รูม” คณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า แก้ไขปัญหาและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนแลพกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นครั้งแรกว่า ที่ประชุมได้รับทราบความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าจากกรมการค้าภายใน และมีมติให้ความสำคัญในการจับตาสินค้า 6 รายการ คือ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เป็ด ปลา และ มะละกอ ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆติดตามสถานการณ์เป็นปกติ

สำหรับสถานการณ์เนื้อหมูในปัจจุบัน พบว่าราคาสูงขึ้นไปมากเนื่องจากปริมาณหมูเข้าสู่ตลาดลดลง ส่วนเนิ้อไก่ ราคาปรับขึ้นเล็กน้อย เพราะคนหันไปบริโภคไก่ ทดแทนเนื้อหมูที่ราคาสูงขึ้น ส่วนเนื้อวัว ยังไม่เปลี่ยนแปลงด้านราคา ขณะที่ “ปลา” ส่วนใหญ่มีราคาลดลง เช่น ปลาทับทิม ลด 6-8% ปลานิลลด 4% ส่วนมะละกอ ที่มีข่าวว่าราคาปรับสูงขึ้น จากการตรวจสอบไม่พบว่าราคาสูงขึ้นตามที่เป็นข่าว

พร้อมกันนี้ คณะทำงานฯยังมีมติให้ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัด พณ. ร่วมกันจัดชุดตรวจในลักษณะป้องปรามปราบปราม ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯทั้ง 50 เขต หากพบปัญหาจะได้แก้ไข หรือถ้าพบการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น ไม่มีป้ายแสดงราคาหรือขายแพงเกินก็จะดำเนินการกฎหมาย สำหรับในต่างจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกำกับดูและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ก็ต้องขอชื่นชม กระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญในการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าที่ราคาพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ มีการจัดชุดตรวจราคาสินค้าทั้งในกรุงเทพฯและทุกจังหวัด ซึ่งถือว่าแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ทันเหตุการณ์ การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่น่าจะได้ผลเป็นอย่างดีและรวดเร็วก็คือ การส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาถูก และนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย

สำหรับประชาชนก็ควรที่จะ “เลิกกินหมู” ไปกิน “ไก่” หรือ “ปลา” ในระยะนี้กันไปก่อน.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

คนไทยจะเลิกกินหมู..!?

 

จากกรณีปัญหา “หมูแพง” ส่งผลกระทบให้สินค้า ประเภท ไข่ไก่ เนื้อไก่ และสินค้าอื่นๆ พากันขึ้นราคาตามไปด้วย ขณะที่สาธารณูปการต่างๆก็เตรียมที่จะปรับราคา สาเหตุจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่กำลังขยับตัวพุ่งสูงขึ้นอยู่ในขณะนี้ จะส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้านอย่างเต็มที่

ปัญหา “หมูแพง” อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ออกมายอมรับว่า เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ขณะที่ เจ้าของฟาร์มหมูแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมหมูขึ้นราคาถึงขนาดนี้ ราคาซื้อขายหน้าฟาร์มแค่ 60 บาท แต่ไปถึงผู้บริโภคราคากลับพุ่งสูงขึ้นสูงกว่า 220 บาท

วันรุ่งขึ้น (19 ม.ค.) หลังจากการไปตรวจสอบของปศุสัตว์จังหวัด พาณิชย์จังหวัด และเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ที่ฟาร์มดังกล่าว เจ้าของฟาร์มได้ออกมาชี้แจงใหม่ว่า ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเดือดร้อนเพราะตัวเองยังต้องทำอาชีพเลี้ยงหมูไปอีกนาน ไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพ “ขอรับผิดชอบที่พูดออกไปไม่หมด”

จากกรณี “หมูแพง” ทำให้ประชาชนเริ่มหันไปซื้อเนื้อสัตว์ที่เป็นทางเลือกอื่น เช่น เนื้อไก่ กันมากขึ้น ซึ่งก็ส่งผลให้ ราคาของเนื้อไก่มีการขึ้นราคาตามไปด้วย แต่ก็ยังถือว่ายังมีข่าวดีที่ กระทรวงพาณิชย์  ได้เตรียมประกาศให้ไก่มีชีวิตและเนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542

วัฒนธรรมการกินหมูรวมทั้งการใช้ “หัวหมูไหว้เจ้า” นั้น เป็นวัฒนธรรมของจีนและชาวเขาเผ่าต่างๆ เพราะถือกันว่าเป็นสัตว์ที่มีคุณค่า “ทำอะไรก็อร่อย” แต่วัฒนธรรมการกินดั้งเดิมของไทยนั้น เราจะกินข้าวกิน “ปลา” กันเป็นหลัก จากคำพูดที่ว่า “กินข้าวกินปลาหรือยัง?”

เราหันมากิน “ไก่” กิน “ปลา” ที่เป็นอาหารหลัก “ดั้งเดิม” กันเถอะ.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“นายกฯ” แก้ปัญหา “หวยแพง” ?

 

12 ม.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2565 แต่งตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายลอตเตอรี่ หรือ ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาที่เกินกว่ากำหนด

โดยมอบหมายให้ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นรองประธาน สำหรับกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน อาทิ อัยการสูงสุด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น

คณะกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจ ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงการขายสลากเกินราคาที่กำหนด 80 บาท พร้อมเสนอแนะแนวทาง และมาตรการ เพื่อแก้ไขปัญหาการขายเกินราคาที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล รายงานผลต่อ นายกรัฐมนตรี หรือรายงานเข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการชุดนี้โดยให้เบิกจ่ายจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

การแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา “หวยแพง” ในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ “นายกฯ” ให้ความสำคัญกับการแก้ลอตเตอรี่ปัญหาอย่างจริงจัง หลังจากที่ขบวนการ “5 เสือ 5 สิงห์” ไม่มีแล้ว แต่ปัญหาเรื่องหวยแพงก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม จากต้นทุนราคาสลากอยูที่ 74.40 บาท/ใบ ราคาขายสลากที่กำหนด 80 บาท/ใบ แต่ผู้ค้าขายใบละ 100 บาท ชุด 2 ใบ ราคา 220 บาท ชุด 3 ใบ ราคา 500-700 บาท ชุด 5 ใบ ราคา 800-900 บาท สำนักงานสลากฯออกตรวจแผงจำหน่ายแล้วไม่เห็นว่ามีการขายสลากเกินราคา ก็เป็นที่หวังว่า คณะกรรมการแก้ไขปัญหาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาที่เกินกว่ากำหนดชุดนี้

ในช่วงวิกฤติ “ของแพง” น่าจะแก้ไขปัญหา “หวยแพง” ให้กับ “ประชาชน” ได้.

โพสท์ใน สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“นายกฯ” เรียกอธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าพบเพื่อแก้ปัญหา “หมูแพง” ??

 

จากกรณีปัญหา “หมูแพง” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เรียก นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าพบ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า (14 ม.ค.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกา (ASF) โดยมี นายสัตวแพทย์ กิจจา อุไรรงค์ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เข้าพบด้วย

จากการเข้าพบ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯมอบแนวทางการแก้ปัญหา ขอให้เร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย องค์การปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่และให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพการเลี้ยงสุกรโดยเร็ว พร้อมทั้งสำรวจความต้องการของประชาชนต่อการใช้เนื้อหมูในประเทศ พร้อมทั้งแนะนำอธิบดีกรมปศุสัตว์จัดตั้งวอร์รูมชี้แจงการทำงานเพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบ

ขณะที่ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาหมูแพงว่า เพื่อให้หมูมีจำนวนกลับมาเป็นปกติต้องใช้เวลาประมาณ 8 -12 เดือน โดยในช่วงนี้การช่วยเหลือเกษตรกรจะมีการใช้ช่องทางศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์ที่มีอยู่ทั่วประเทศมาใช้ในการเพิ่มจำนวนหมูเลี้ยงให้กับเกษตรกร ในระยะต่อไปจะต้องทำในเรื่องของคุณภาพฟาร์มหมูเพื่อป้องกันการระบาดในฟาร์ม

นายกฯไม่ได้ให้สัมภาษณ์หลังการหารือ แต่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือกรมปศุสัตว์ เรื่อง “หมูแพง” ต้องพูดคุยกับกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ว่าสามารถจะตรึงราคาได้นานแค่ไหน การแก้ไขให้หมูกลับมาเป็นปกติต้องใช้เวลาเกือบปี ราคาของหมู และราคาสินค้าอื่นๆที่ปรับขึ้นราคาไปแล้วนั้น จะลดลงไหม? ประชาชนอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา “ของแพง” โดยด่วน

เพราะขณะนี้ “ผู้บริโภค” แย่กันทั้งประเทศแล้ว.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ “ฟ้อง” ออนไลน์ได้ 24 ชม.

 

จากกรณีที่ประชาชน “ถูกหลอกลวง” จากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และ ได้สินค้าไม่ตรงปก หรือได้ไม่ครบตามจำนวน เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีช่องทางใดที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ขายได้โดยตรงนั้น

ล่าสุด (12 ม.ค.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เข้าพบ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา เพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว โดยเปิดเผยว่า ประธานศาลฎีกาได้ชี้แจงถึงโจทย์ของระบบยุติธรรมว่าจะทำอย่างไร จึงจะทำให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เข้าถึงการฟ้องคดีแพ่งได้ง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังสร้างช่องทางการรับฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาผู้บริโภคได้รับสินค้าไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้

“การซื้อขายออนไลน์จะสามารถยื่นฟ้องคดีได้ 24 ชม. เรียกว่ายื่นฟ้องได้ทุกวันตลอดเวลา ผู้เสียหายไม่ต้องนำกระดาษมายื่นฟ้องศาลเหมือนคดีปกติ ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางมาศาล และสามารถทำที่ไหนก็ได้ การกรอกข้อมูลในระบบที่ใช้ในการฟ้องคดีซื้อขายออนไลน์ ได้กำหนดให้ไม่มีความซับซ้อน พร้อมแนบหลักฐานที่จะทำเป็นไฟล์ทำได้ไม่ยากโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร”

การพิจารณาแก้ไขปัญหาการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และได้สินค้าไม่ตรงปกให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากอยู่ในขณะนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่ รมว.ดีอีเอส และประธานศาลฎีกาเป็นอย่างยิ่งที่เมื่อมีโอกาสเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ยังได้คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ก็เป็นปัญหาของตัวเองด้วยเมื่อได้กลับไปเป็นประชาชนเต็มขั้น

การแก้ไขปัญหาให้กับสังคมโดยรวม ถือว่าเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน.

โพสท์ใน กฎหมาย, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“ช่อง 3” โฆษณา “เกินเวลา” ตามที่ กม.กำหนด

 

12 ม.ค.65 ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น เป็น “ยกฟ้อง” ในคดีที่ บริษัท บางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 “ยื่นฟ้อง” สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมการ กสทช. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณีขอให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ลงวันที่ 19 พ.ค.59

ศาลปกครองสูงสุด พิเคราะห์ว่า การที่ มาตรา 23 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ประกอบกับ ข้อ 5 (8) ของประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ พ.ศ.2555 กำหนดให้การออกอากาศรายการที่มีการโฆษณาบริการหรือสินค้าให้มีเวลาในการโฆษณาสูงสุดต่อวันไว้ว่า เฉลี่ยแล้วต้องไม่เกิน ชั่วโมงละ 10 นาที หรือไม่เกิน 240 นาทีต่อวัน ก็ด้วยเจตนาที่จะไม่ให้ประชาชนต้องดูโฆษณาที่บ่อยหรือถี่มากเกินไป

คดีนี้ กสทช.กล่าวอ้างว่า ได้รับการร้องเรียนว่ามีการโฆษณาเกินกฎหมายกำหนด ปรากฏว่าในวันที่ 19,22,23, 24 ส.ค.57 ในทุกรายการมีบางช่วงเวลา มีการโฆษณา เกินกว่าชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง ตามที่กำหนดใน มาตรา 23 “การกระทำของ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จึงเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยการอาศัยเครือข่ายหรือการโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร” อัตราค่าปรับทางปกครองที่ กสทช. กำหนด 1 ล้านบาท และปรับอีกวันละ 50,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

คำสั่งของ กสทช.ที่ให้ “ช่อง 3”ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคกรณีโฆษณาบริการหรือสินค้าเกินกว่าระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

“ช่อง 3” เอาเปรียบ “ผู้บริโภค” ที่มีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

“โยนกลอง” เรื่องปกติในระบบราชการ?

 

จากกรณีปัญหา “หมูแพง”  ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองฝ่ายค้านว่าเกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาห์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ ภาคีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย มีหนังสือถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ เรื่องข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ และการควบคุมโรคในสุกร หลังจากได้พบเชื้อ ASF ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรคและได้รายงานการตรวจพบเชื้อต่อกรมปศุสัตว์ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ยังไม่เคยได้รับหนังสือดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเป็นการเร่งด่วนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ล่าสุด (11 ม.ค.) อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ออกมายอมรับแล้วโดยกล่าวว่า พบโรค ASF ที่เป็นสาเหตุทำให้หมูแพง พร้อมได้สั่งการจัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยงที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่นใน จ.ราชบุรี และ จ.นครปฐม จากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างจากทั้งหมด 309 ตัวอย่าง พบผลเป็นลบ 308 ตัวอย่าง และผลเป็นบวก 1 ตัวอย่าง

“กรมปศุสัตว์เห็นควรประกาศประเทศไทยพบโรค ASF และรายงานไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก เพื่อแจ้งเตือนไปยังประเทศสมาชิกทราบต่อไป และขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรในการดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของกรมปศุสัตว์โดยเคร่งครัด เพื่อควบคุมโรคให้สงบได้โดยเร็ว” นายสัตวแพทย์สรวิศกล่าว

ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ อนุมัติงบประมาณ จำนวน 574.11 ล้านบาท  ป้องกันโรค SAF ในสุกร ชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.-15 ต.ค.64  ตาม ม.13 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558

การแก้ปัญหาต่างๆให้กับประเทศชาติและประชาชนนั้น รัฐบาลต้องรีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและทันต่อสถานการณ์

ไม่ปกปิด “ข้อมูล” รวมทั้ง “โยนกลอง” กันไปมา.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“ของแพง” ทั้งประเทศ…!!?

 

จากกรณี “หมูแพง” ขึ้นราคาจาก 150-160 บาท/กก. เป็น 200-250 บาท/กก. ส่งผลให้ราคาอาหารที่เกี่ยวข้องกับหมูปรับขึ้นราคากัน 5-10 บาท/รายการ ทำให้ประชาชนหันไปบริโภค ปลา ไก่ หมู กุ้ง หรือ เนื้อสัตว์อื่นที่มีราคาถูกกว่าเป็นการทดแทน ตามคำแนะนำของผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาของเนื้อหมู

จากปัญหาดังกล่าว นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัด 76 แห่งทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมูที่จำหน่ายให้กับประชาชน ทั้งห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง และตลาดทั่วไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ พร้อมทั้งสั่งการให้ ดำเนินโครงการ “พาณิชย์ ลดราคาหมู! ช่วยประชาชน” โดยให้จำหน่ายที่ กก.ละ 150 บาท 667 จุด ทั่วประเทศ จนถึงสิ้นเดือน ม.ค. นี้ รวมทั้ง ประกาศห้ามส่งออกหมูมีชีวิตชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน

ขณะเดียวกัน ราคาของไข่ไก่ รวมทั้งเนื้อไก่ที่เป็นโปรตีนราคาถูกของประชาชนก็ได้มีการปรับขึ้นราคาตามมา ขึ้นราคาแผงละ 3-4 บาท เนื้อไก่ปรับขึ้นกก.ละ 2-3 บาท และเป็นที่คาดกันว่า ราคาของสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างอื่นจะพากันขึ้นราคาตามมากันอีกหลายรายการ ค่าครองชีพน่าจะสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวถึงปัญหา “หมูแพง” ว่า รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตแค่ 1 ล้านตัว คือ 5% จะทำให้ราคาลดลงได้จริงหรือไม่  การให้สินเชื่อเกษตรกรให้กลับมาเลี้ยงหมูใหม่ “ใครจะกล้า” เพราะหมูเป็นโรคตาย “ต้นทุนสูง” กรมปศุสัตว์ก็ไม่ยืนยันว่ามีโรคอหิวาห์แอฟริกาหมูระบาดในไทย ไม่แน่ใจว่าหมูเป็นอะไรตาย

ปัญหาเรื่องของราคาหมูแพง รวมทั้ง ค่าไฟฟ้า น้ำประปา ก๊าซหุงต้ม และสินค้าอื่นๆที่กำลังจะขึ้นตามมา

รัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่อง “ของแพง” เป็น “ของขวัญ” ให้กับประชาชนกันอย่างไร?.

โพสท์ใน การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

ปีใหม่ 2565 “7 วันอันตราย” เสียชีวิต 333 ศพ

 

5 ม.ค.65 นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงสรุปอุบัติเหตุทางถนน ในช่วง 7 วัน ของการรณรงค์  วันที่ 29 ธ.ค.64 – 4 ม.ค.65 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,707 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 333 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,672 คน

จังหวัดที่ที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 96 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กทม. 22 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และ กาญจนบุรี จังหวัดละ 93 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วันของการรณรงค์มี 9 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครนายก ปัตตานี พังงา ยะลา สตูล สมุทรสงคราม สุโขทัย และ แพร่

“ช่วง 7 วันของการรณรงค์ นับว่าจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา” นายบุญธรรมกล่าวสรุป

จำนวนของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาตามที่แถลง แต่จำนวนของผู้ที่เสียชีวิตที่มากถึง 333 ราย และบาดเจ็บรวม 2,672 คน นั้น ก็ถือว่ายังมากอยู่ดี เมื่อเทียบกับสถิติจำนวนผู้เสียชีวิตทางถนนของโลก

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดจากสถิติที่ได้รวบรวมไว้ คือ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์

หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงควรที่จะนำมาพิจารณาแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง.

โพสท์ใน กฎหมาย, ดูหนัง, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น