Overlord

หนัง ปี 2018 ของ พาราเมาต์ กำกับโดย จูเลียส เอฟเวอรี่ (Julius Avery) นำแสดงโดย โจแวน อเดโป (Jovan Adepo) ไวแอตต์ รัสเซล (Wyatt Russel) มาธิลด์ โอลิเวียร์ (Mathilde Ollivier) พิลู แอสแบก (Pilou Asbaek) จอห์น มากาโร (John Magaro) เอียน เดอ เซสเทคเกอร์ (Iain De Caestecker) เจคอบ แอนเดอร์สัน (Jacob Anderson) หนังจัดอยู่ในประเภท Action/War/Horror/Mystery/Sci-Fi

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1944 ที่เหล่าบรรดาพลร่มอเมริกันถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจทำลายหอวิทยุสื่อสารของนาซี เพื่อเปิดทางให้ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกได้สำเร็จ

เครื่องบินขนส่งทหารพลร่มถูกยิงตกยังหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งของฝรั่งเศสที่ถูกฝ่ายเยอรมันยึดครองไว้ เหล่าทหารตายไปเป็นจำนวนมาก ทหารที่รอดชีวิตหลักๆ ได้แก่ บอยซ์ (อเดโป) พลทหาร ฟอร์ด (รัสเซล) ผู้หมู่ เชส (เซสเทคเกอร์) ผู้สื่อข่าวสงคราม ร่วมทั้ง ทิบเบ็ต (มากาโร่) พลทหารแม่นปืนและ ดอว์สัน (แอนเดอร์สัน) พลทหารชำนาญการที่เกี่ยวข้อง

ทหารที่รอดชีวิตทั้งหมดได้ โคลอี้ (โอลิเวียร์) สาวน้อยในหมู่บ้านช่วยเหลือพาเข้าไปซ่อนตัวในบ้านที่เธออาศัยอยู่กับน้องชายและป้าที่ถูกทหารนาซีจับตัวไปทดลองในโครงการลับ ซึ่งเหล่าทหารทั้งหมดนอกจากจะต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จแล้วยังจะต้องทำลายโครงการลับที่น่าสะพึงกลัวนั้นไปพร้อมๆกันไปด้วย

เป็นหนังแอ็กชั่น/สยองขวัญ ที่ตื่นเต้น น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

ประกาศให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน/หนี้สิน มีปัญหา?

 

จากกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกประกาศ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยรวมไปถึง นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการศาสนา อธิการบดีของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

ประกาศของ ป.ป.ช. ฉบับนี้ที่กำหนดให้ผู้บริหารสูงสุดในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี กรรมการสภามหาวิทยาลัย ต้องปฏิบัติตามประกาศนี้ด้วย ได้ก่อให้เกิดการท้วงติงจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆได้ออกมาประกาศเตรียมจะลาออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนมาก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆเตรียมจะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งว่า ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างรอความคิดเห็นจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศและรอหารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้

ขณะที่ นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ต้องมีคุณลักษณะคือ 1.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2.ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง 3.เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่ ป.ป.ช.กำหนด ดังนั้น การยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้จึงเหมารวมองค์การมหาชน กรรมการสภามหาวิทยาลัยและบอร์ดต่างๆ ส่วนกรณีที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยจะลาออกนั้นส่วนหนึ่งเพราะจะครบวาระอยู่แล้ว

“กรณีของนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ไม่คิดว่ามีปัญหาเกี่ยวกับลับลมคมใน หรือไม่ต้องการเปิดเผย แต่ทุกคนมีปัญหาเดียวกันคือความรำคาญ จุกจิก ยุ่งยาก…” “…ป.ป.ช.ควรที่จะไปแก้ไขปรับปรุงแบบฟอร์มให้มันง่ายแต่ละเอียด ไม่ใช่เหมือนกับแบบฟอร์มยื่นภาษี ที่หลายคนจะกรอกต้องไปจ้างคนอื่นมากรอกให้” นายวิษณุกล่าว

ล่าสุด นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้มีมติขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายในส่วนของตำแหน่งใหม่ที่บังคับใช้ออกไปจากเดิมที่จะมีผลในวันที่ 2 ธ.ค.61 ออกไปอีก 60 วัน ให้มีผลบังคับในวันที่ 31 ม.ค.62 สำหรับตำแหน่งอื่นยังมีผลบังคับใช้เช่นเดิม

ประกาศของ ป.ป.ช.ฉบับใหม่นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่กำหนดให้นักการเมือง ผู้บริหารระดับสูง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกันในทุกตำแหน่ง

เพื่อให้ประเทศไทย “โปร่งใส และตรวจสอบได้” ในทุกๆเรื่อง.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

นักธุรกิจไทยก้าวไกลสู่เวทีโลกมากขึ้น

 

เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีรายงานการนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศของบริษัทไทยและนักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ ในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ของ ปี 2561 พบว่า มีบริษัทและนักลงทุนไทยนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

การนำเงินไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทย (ทีดีไอ) เป็นการลงทุนของบริษัท ทั้งการย้ายฐานการผลิตหรือซื้อกิจการบริษัทในต่างประเทศ โดย 9 เดือนที่ผ่านมามีเงินของบริษัทและนักลงทุนที่ออกไปลงทุนผ่านการลงทุนทั้ง 2 ประเภท รวมทั้งสิ้น 14,020 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทย 448,640 ล้านบาท (32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ)

ในส่วนของการลงทุนโดยตรง มีเงินลงทุนรวมสุทธิทั้งสิ้น 11,968 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทย 382,967 ล้านบาท เป็นการลงทุนในประเทศกลุ่มอาเซียนเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นการลงทุนในสหราชอาณาจักร และอันดับสาม คือการลงทุนในประเทศจีน เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนทั้งปี มีเงินลงทุนโดยตรงของบริษัทและนักลงทุนทั้งสิ้น 18,632 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ส่วนของการลงทุนในตลาดทุนต่างประเทศ มีการไปลงทุนสุทธิทั้งสิ้น 2,052 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เป็นเงินไทย 65,664 ล้านบาท) โดยเป็นการลงทุนสุทธิในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 3 ของปี แต่ในไตรมาสที่ 2 นั้น มีการคืนเงินลงทุนที่อยู่ต่างประเทศกลับเข้ามาในประเทศ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ทั้งปีมีเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศสุทธิ 11,551 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ส่วนทิศทางของการออกไปลงทุนในตลาดทุนต่างประเทศของนักลงทุนไทยในปีนี้ถือว่าลดลงต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะมีผลมาจากความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนปีนี้ค่อนข้างสูง โดยนักลงทุนออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศทั้งสิ้น 4,726 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สำหรับยอดเงินลงทุนในต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย พบว่า เงินลงทุนโดยตรงนั้นมีบริษัทและนักลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย มากกว่าปีที่ผ่านมา โดยมียอดเงินลงทุนโดยตรง 9,390 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ของไทยในปีนี้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเป็นการไหลออก 1,682 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากปีที่ผ่านมาเป็นการไหลเข้าสุทธิ 9,401 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

การที่นักลงทุนไทยนำเงินไปลงทุนต่างประเทศทั้งโดยตรงและลงทุนในตลาดทุนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในการแสวงหาตลาดใหม่ๆที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า ซึ่งทำให้เข้าถึงวัตถุดิบและแรงงานที่ถูกกว่าได้มากขึ้น

นักธุรกิจไทย 4.0 ต้องไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อให้เศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

หมาจรจัดรุมกัดเด็ก

 

สัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวที่น่าสนใจทางสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ คือ หมาจรจัดกัดเด็กหญิงวัย 1 ขวบเศษๆ  117 แผล อาการสาหัส ที่บริเวณหมู่บ้านโพธิเจริญ ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ถูกส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลดอยสะเก็ด

นายแสงเพชร สุวรรณมณี อายุ 44 ปี พ่อของเด็กหญิง ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงเช้าของวันที่ 3 พ.ย. ‘น้องหญิง’ วิ่งเล่นอยู่ข้างบ้าน ขณะนั้นมีหมาจรจัดกว่า 30 ตัว แบ่งฝ่ายกัดต่อสู้กัน โดยส่วนหนึ่งได้เข้ามาในบ้าน หมาตัวสีดำวิ่งเข้าไปกัดน้องหญิง ทำให้ตัวอื่นตามเข้ามารุมกัด คนงานเลี้ยงหมูที่อยู่ใกล้บ้านเห็นเหตุการณ์ได้ตะโกนให้คนช่วยเหลือ และวิ่งเข้าช่วยเหลือ ‘น้องหญิง’ ที่บริเวณลำตัวโชกไปด้วยเลือด

ตามรายงานข่าว นายชุติพนธ์ สารแปง นายกเทศบาลตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด และ นายอาทิตย์ ยอดคำลือ ปศุสัตว์อำเภอดอยสะเก็ด ได้เดินทางไปเยี่ยมน้องหญิงที่ถูกหมาจรจัดกัดเป็นแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า ศีรษะและบริเวณลำตัวที่โรงพยาบาล แพทย์รักษาอาการปลอดภัย

นายชุติพนธ์ เปิดเผยว่า หมาจรจัดในพื้นที่ 2 ตำบลนี้มีมากถึง 500 ตัว เป็นปัญหาที่จะต้องดำเนินการดูแลร่วมกัน จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อหาทางแก้ปัญหา เนื่องจากในทุกๆวันจะมีผู้ใจบุญนำอาหารมาเลี้ยง ทำให้ประชากรหมาเพิ่มขึ้นมาก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้ “การจัดการกับหมาไม่ใช่อำนาจของท้องถิ่น ทั้งๆที่ท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับประชาชน น่าจะมีอำนาจในการดูแล”

ขณะที่ นายอาทิตย์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมามีการประสานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยเฉพาะทั้ง 2 เทศบาล ให้มีการควบคุมประชากรหมา โดยการผ่าตัดทำหมันเพื่อไม่ให้ไม่ให้กระจายมากขึ้น”

เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมสัตว์นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา เพื่อป้องกันการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ ป้องกันการทารุณกรรม และทำให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย แต่ได้มีเสียงคัดค้านถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนกันมากว่า เก็บค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป

เรื่องของการขึ้นทะเบียนนี้ กรมปศุสัตว์ น่าจะทบทวนเรื่องของค่าธรรมเนียมในการขึ้นทะเบียน โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมในช่วงแรกตามระยะเวลาที่กำหนด

เพื่อควบคุมสุนัขจรจัดไม่ให้ไปทำร้ายผู้คน ตามที่ปรากฏเป็นข่าว.

โพสท์ใน สังคม | ใส่ความเห็น