Happiest Season

หนัง ปี 2020 โซนี่ พิคเจอร์ส  เรื่อง/กำกับโดย เคลีย ดูวัลล์ นำแสดงโดย คริสเต็น สจวร์ตแม็กเคนซี่ เดวิส, แมรี่ สตีนเบอร์เก้น, อลิสัน บรี, วิคเตอร์ การ์เบอร์, แมรี่ ฮอลแลนด์  หนังจัดอยู่ในประเภท ดราม่า/โรแมนติก/คอมมิดี้

เป็นเรื่องราวของ ฮาร์เปอร์ (เดวิส) สาวเลสเบี้ยน ที่เป็นแฟนกับ แอ๊บบี้ (สจวร์ต) สาวหล่อ ที่ไม่ชอบงานวันคริสต์มาสหลังจากที่เธอได้สูญเสียพ่อและแม่ไป ฮาร์เปอร์ได้ชวนแอบบี้ไปงานสังสรรค์ในวันคริสต์มาสอีฟของครอบครัว โดยเธอได้ขอร้องแอบบี้ยังไม่ให้เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกันให้พ่อแม่และพี่น้องของเธอได้รู้

แอ๊บบี้ได้รู้จักกับ เท็ด (การ์เบอร์) กับ ทิปเปอร์ (สตีนเบอร์เก้น) พ่อและแม่ผู้สมบูรณ์แบบ เจน (ฮอลแลนด์) น้องสาวคนเล็ก และ สโลน (บรี) พี่สาวคนโต โดยเท็ดผู้พ่อนั้นกำลังจะสร้างความเชื่อถือให้กับตัวเองในการที่จะสมัครเป็นนายกเทศมนตรี ส่วนทิปเปอร์ก็พยายามสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับทุกคนในครอบครัว

แอ๊บบี้อึดอัดกับการวางตัวในครอบครัวของฮาร์เปอร์ที่ดูเหมือนกับว่าจะเป็นส่วนเกินของทุกคน แต่เมื่อทั้งสองถูกสโลนจับได้ว่ามีความสัมพันธ์กันในลักษณะของชู้สาวและเตรียมที่จะเปิดเผยความลับนี้ให้กับพ่อแม่ได้รู้ ขณะเดียวกัน ฮาร์เปอร์ก็ได้รู้ความลับของสโลนว่าเธอและสามีกำลังก็จะหย่าจากกันเช่นเดียวกัน ทำให้เรื่องราวบานปลายไปถึงน้องสาวคนเล็ก ความวุ่นวายต่างๆจึงได้เริ่มต้นขึ้น

เป็นหนังดราม่า/โรแมนติก ของทอมและดี้ที่ใครชอบในแนวนี้น่าจะชอบกัน.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

นักเรียนนักศึกษาชุมนุมประท้วง “รัฐประหารในเมียนมา”

 

26 ก.พ.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารตามเมืองต่างๆในเมียนมา โดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้ทำการจับกุมผู้ประท้วงไปแล้วอย่างน้อย 20 คน ตามพื้นที่ชุมนุมจุดต่างๆในนครย่างกุ้ง ในจำนวนนี้มี นายยูกิ คิตาซูมิ ผู้สื่อข่าวฟรีแลนซ์สัญชาติญี่ปุ่น อดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์นิเคอิ ถูกจับกุมระหว่างการทำข่าวชุมนุมด้วย

การจับกุมมีขึ้นในช่วงที่ชาวเมียนมาจำนวนมากพยายามหากลยุทธ์รณรงค์การใช้อารยะขัดขืน ต่อต้านการรัฐประหาร โดยมีการใช้แป้งทานาคาเขียนอักษร CMD ไว้บนหน้าผาก ซึ่งเป็นคำย่อของอารยะขัดขืนในภาษาอังกฤษ ร้านค้าแผงลอยหลายแห่งเริ่มมีการติดป้ายไม่ขายของให้ ทหาร ตำรวจ ที่ใช้กำลังต่อผู้ชุมนุม บางร้านประกาศไม่ขายของให้ ข้าราชการ หรือผู้ที่ไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารของกองทัพด้วย

ขณะที่ นักเรียนนักศึกษาในเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเมียนมา ได้เดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐประหารบนท้องถนน เรียกร้องให้ปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา โดยบนผนังมีข้อความเขียนว่า “ไม่เอาเผด็จการทหาร”

ด้าน สื่อท้องถิ่นอิระวดีของเมียนมารายงานว่า นายกวง มินต์ ทุ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้งที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยกองทัพ ได้จัดประชุมคณะกรรมการเลือกตั้งชุดใหม่ในกรุงเนปิดอว์เป็นครั้งแรก พร้อมกล่าวในที่ประชุมว่า สภาแห่งชาติได้กุมอำนาจทั้งสามสาขา และยืนยันการเลือกตั้งใหญ่เดือน พ.ย.ปีก่อนที่ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ชนะถล่มทลายนั้นถือเป็นโมฆะ เนื่องจากมีความผิดปกติในรายชื่อผู้มีสิทธิ์ และมีการโกงเกิดขึ้น ขณะที่ นางข่าย ชาน หล่าย แกนนำพรรค เอ็นแอลดี กล่าวว่า การประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเป็นเรื่องไม่ชอบธรรม

เพราะเป็นการประกาศของกองทัพที่ก่อรัฐประหารซึ่งประชาชนไม่ยอมรับ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ศาลชั้นต้นพิพากษา “จำคุก” แกนนำ “กปปส.”

 

24 ก.พ.64 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาคดีอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง แกนนำ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กรณีร่วมกันชุมนุมไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ช่วงช่วงเดือน พ.ย.2556 – มี.ค.2557 มีความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ให้หยุดงานและบุกรุกสถานที่ราชการ โดยทำให้ทรัพย์สินเสียหาย กระด้างกระเดื่องในบ้านเมือง ขัดขวางการเลือกตั้ง ให้ “จำคุก” จำเลย ดังนี้

1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี 2.นายชุมพล จุลใส จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 9 ปี 24 เดือน 3.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 7 ปี 4.นายอิสสระ สมชัย จำเลยที่ 5 เป็นเวลา 7 ปี 16 เดือน 5.นายถาวร เสนเนียม จำเลยที่ 7 เป็นเวลา 5 ปี 6.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จำเลยที่ 8 เป็นเวลา 6 ปี 16 เดือน 7.นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ จำเลยที่ 9 8.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข จำเลยที่ 15 9.นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธอิสระ) จำเลยที่ 16 จำคุกคนละ 4 ปี 8 เดือน

จำเลยที่เหลืออีก 30 คน (จาก 39 คน) ถูกลงโทษ 1-2 ปี มีรอลงอาญา และยกฟ้อง ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 7 คน 5 ปี คือ นายชุมพล จุลใส นายอิสสระ สมชัย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายสำราญ รอดเพชร และ นางทยา ทีปสุวรรณ

คำพิพากษาของศาลชั้นต้นนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อศาลมีคำตัดสินจำคุก นายณัฏฐพล รมว.ศึกษาธิการ นายพุฒธิพงษ์ รมว.ดีอีเอส และ นายถาวร รมช.คมนาคม จะหลุดจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (7) ทันที ตั้งแต่มีคำพิพากษา

ส่วน ส.ส. ถ้าศาลไม่ได้เพิกถอนสิทธิทางการเมืองก็ไม่เป็นไร.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

กลุ่มผู้ชุมนุม “ยกระดับ” ประท้วงรัฐประหารในเมียนมา

 

22 ก.พ.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ชุมนุมประท้วงในเมืองย่างกุ้ง เมืองใหญ่ที่สุดในเมียนมาว่า มีผู้ชุมนุมประท้วงมากกว่าหนึ่งพันคนรวมตัวกันรอบสถานทูตสหรัฐฯแม้จะมีสิ่งกีดขวาง ขณะที่รถบรรทุกทหาร 20 คัน พร้อมตำรวจปราบจลาจลรวมพลอยู่ใกล้ๆ

แกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปลุกระดมเรียกร้องให้ประชาชนหยุดงานมาร่วมประท้วงทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนที่กระตุ้นให้มีอารมณ์ร่วมได้ง่ายให้มารวมตัวกันในวันที่ตรงกับ 22.2.2021 หรือ “ไฟฟ์ส ทู” เพื่อแสดงออกเหมือนกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่เมื่อ 8 ส.ค.1988 หรือ 8.8.88 ที่รู้จักกันในชื่อ “การก่อการกำเริบ 8888” ที่นักศึกษา ประชาชน เยาวชน และพระสงฆ์ มาประท้วงต่อต้านระบอบเผด็จการ ขับไล่รัฐบาลทหารของนายพลเนวิน

ถึงแม้ว่าจะมีคำขู่จากกองทัพที่ประกาศต่อสาธารณะผ่านทางสถานีโทรทัศน์ MRTV ประกาศเตือนไม่ให้ประชาชนนัดหยุดงานและเข้าร่วมการชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นคำสั่งหลังยึดอำนาจ แต่ประชาชนก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด ยังคงออกมาเดินขบวนประท้วงเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน แม้จะมีการบาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดขึ้น โดยขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และถูกจับกุม 640 คน

ที่ผ่านมาการประท้วงเป็นไปโดยไม่รุนแรง อาจมีการขว้างปาขวดหรือยิงหนังสติ๊กใส่กันบ้าง กองทัพเมียนมาได้กล่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่าเป็นสถานการณ์ที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยต้องยิงกลับ หากยังคงมีการประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพ อาจมีอันตรายถึงชีวิต

เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงรัฐประหารในเมียนมานี้ นายแอนโธนี บริงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯทวีตว่า สหรัฐฯจะดำเนินการอย่างหนักแน่นต่อผู้ใช้ความรุนแรงกับประชาชนพม่า ขณะที่ นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศก็ได้เรียกร้องผ่านทวีตเตอร์ให้กองทัพหยุดความรุนแรง ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมโดยไม่เป็นธรรม

“ยุติการโจมตีนักข่าวและนักเคลื่อนไหวและให้เคารพเจตจำนงของประชาชน”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ “พล.อ.ประยุทธ์”  

 

วันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี (19 ก.พ.) มีการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่น่าสนใจในหลายประเด็น

เริ่มต้นจาก นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปราย ถึงกรณีใช้ ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ของกองทัพ โดยใช้งบประมาณแผ่นดินเกี่ยวโยงกับประเด็นการเมือง มีการนำคลิปการประชุมสั่งการของหน่วยงานทหารจาก มทบ.21 (ก.พ.63) ให้โจมตีเพจของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้เตรียมรับสถานการณ์การยุบพรรคมาเปิดในห้องประชุม

มีการอบรมจิตอาสา จ้างบริษัทเอกชนผลิตแอปพลิเคชันทวิตเตอร์บรอดแคสต์และฟรีเมสเซนเจอร์ โดยใช้กลุ่มไลน์สื่อสาร สอนการปั่นกระแสในโลกโซเชียล มีฝ่ายขาวเพื่อเชิดชูสรรเสริญ มีฝ่ายดำเพื่อโจมตี ยิ่งกว่านั้นยังขยายไปยังกรมประชาสัมพันธ์นำงบประมาณแผ่นดินผลิตรายการที่โจมตีฝ่ายตรงข้าม

นายสรัณย์วุฒิ ศรันย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ และกระทรวงกลาโหม ถึงการจัดซื้อรถบัส 429 คัน มีบริษัท อ.ชนะการประมูลทุกครั้ง เรื่องของการจัดซื้อรถถัง “เซียงกง” จากยูเครน โดยมีหลักฐานว่าเป็นรถถังใหม่แต่กลับเอารถถังเก่ามาดัดแปลงทำใหม่ เรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้ 2 เจ้าสัวในโครงการต่างๆ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชิ่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายถึงความล้มเหลวในการบริหารด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีในฐานะ “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ที่เตรียมข้อมูลต่างๆมาเป็นอย่างดี ถึงการประกาศปิดประเทศ ประกาศเคอร์ฟิว ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุม โควิด-19 ปิดทางทำมาหากินของคนไทยทั้งประเทศ ออก พ.ร.บ.กู้เงิน 1.9 ล้านล้าน และ พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 64 วงเงิน 3.3 ล้านล้าน แต่บริหารจัดการไม่ตรงตามเป้าหมาย แก้ปัญหาเศรษฐกิจวิกฤติใหญ่ของชาติไม่ได้

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในครั้งนี้ถือว่าเป็นการตรวจสอบของฝ่ายค้านตามระบอบประชาธิปไตย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Jiu Jitsu

หนัง ปี 2020 ของ เอ็ม พิคเจอร์ส กำกับโดย ดิมิทรี โลโกธีทิส นำแสดงโดย อเลน มูสซี่, นิโคลัส  เคจ, โทนี่ จา, แฟรงค์ กริลโล, ไรอัน ทาร์แรน หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/แฟนตาซี/ไซ-ไฟ

เป็นเรื่องราวของ เจก บาร์นส์ (มูสซี่) ชายหนุ่มนักสู้ที่ได้รับการบาดเจ็บและสูญเสียความทรงจำจากการตามล่าของ แบร็กซ์ เอเลียนจากดาวหางที่โคจรผ่านมายังโลกในทุกๆ 6 ปี โดยมีประตูบานหนึ่งของวัดโบราณในพม่า เป็นตัวเชื่อมระหว่างมนุษย์ต่างดาวที่จะเข้ามารุกรานและสร้างความเสียหายให้กับโลก

เขาได้รับการช่วยเหลือจากชาวประมงพม่านำไปส่งยังค่ายทหารสหรัฐฯและถูกสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือจากนักสู้ลึกลับ (โทนี่ จา) และจากเหล่าบรรดานักสู้ยิวยิตสูของญี่ปุ่นผู้มีฝีมือสุดยอด 10 คน ไปเข้าร่วมต่อสู้กับแบร็กซ์ที่น่ากลัวและโหดร้ายในชุดพิเศษซึ่งมีเปลวไฟและควันด้านใน อีกทั้งมีความสามารถในการรักษาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้

วายลี (เคจ) คือบุคคลลึกลับที่ช่วยให้เจกเข้าใจถึงชีวิตของตัวเองและมนุษย์ต่างดาว รวมทั้งเหล่าบรรดานักสู้ผู้มากฝีมือทางด้านยิวยิตสูที่ต้องร่วมมือกันต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวที่มีทักษะในการต่อสู้และอันตรายสุดล้ำของโลกแห่งอนาคต

เป็นหนังแอ็กชั่น/ไซ-ไฟ ที่พอดูได้เรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ “10 รัฐมนตรี”

 

วันแรกของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี (16 ก.พ.) มีปัญหาตั้งแต่เริ่มวาระการประชุม ซึ่งไม่สามารถเปิดประชุมในเวลา 9.00 น.ได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ มี ส.ส.มาลงชื่อเข้าประชุมแค่ 68 คน จาก 487 คน ต้องรอเวลาเกือบชั่วโมงถึงครบองค์ประชุม 244 คน จึงเริ่มประชุมได้

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้อ่านญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี จำนวน 10 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 3.นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข 4.นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์

5.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 6.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ 7.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน 8.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 9.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย 10.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

ระหว่างที่ผู้นำฝ่ายค้านเริ่มอ่านเนื้อหาที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ เหล่าบรรดา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้เริ่มตีรวน โดยเฉพาะ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี สลับหน้ากันขึ้นประท้วงหลายครั้งถึงสิ่งที่ผู้นำฝ่ายค้านนำเสนอล้วนแต่จะให้เกิดปัญหา เสียหายต่อสถาบัน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้มุ่งเน้นไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ โดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม โจมตีถึงการบริหารงานที่ล้มเหลวไร้ภาวะผู้นำทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาสังคม รวมทั้งในเรื่องของการไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินของ 7 รัฐมนตรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัชีรายชื่อ โจมตีเรื่องของบ่อนการพนัน สงสัยในเรื่องของผลประโยชน์กับบ่อนที่ได้รับการปกป้องอย่างดี นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล พรรคก้าวไกล โจมตีในเรื่องของการพักบ้านรับรองของกองทัพบกว่าทำผิดกฎหมายรับผลประโยชน์อื่นใดที่เกิน 3,000 บาท และอื่นๆ

พล.ประยุทธ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงตอบโต้ข้อมูลของฝ่ายค้านเป็นระยะที่อภิปรายโจมตีโดยไม่แสดงอาการหงุดหงิดให้เห็นแต่อย่างใด ใครจะได้รับคะแนนโหวตไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่งหรืออันดับสุดท้าย

เราก็คงจะต้องติดตามถึง “การชี้แจง” ที่ให้ความกระจ่างกับสมาชิกรัฐสภาและประชาชนได้มากน้อยพียงใด.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

การชุมนุมประท้วงรัฐประหารในเมียนมามีเพิ่มมากขึ้น

 

17 ก.พ.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวถึงการชุมนุมประท้วงรัฐประหารในเมียนมามีเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้แต่มีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยผู้ประท้วงในย่างกุ้งได้เปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการนำรถยนต์มาจอดขวางถนนเพื่อกั้นกองกำลังรักษาความปลอดภัยของกองทัพโดยอ้างว่าเครื่องยนต์มีปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาจนมีการเรียกร้องให้ยุติวิธีการดังกล่าว

ขณะที่ในกรุงเนปิดอว์มีผู้คนหลายพันคนยังคงเดินขบวนไปตามถนนเรียกร้องให้ปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี และประธานาธิบดี วิน มินต์ รวมทั้งผู้นำทางการเมืองคนอื่นๆเช่นเดียวกับในมัณฑะเลย์ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ได้เตือนว่า กองกำลังเมียนมาที่ถูกนำไปยังเมืองย่างกุ้งและที่อื่นๆอาจเป็นสัญญาณถึงความรุนแรงครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น

ด้าน นายบอร์ริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ทวีตประณามการตั้งข้อหาที่ 2 ในการละเมิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งใช้ข้อหานี้ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนข้อบังคบควบคุมโรคช่วงการระบาดของ โควิด-19 ที่มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี เพิ่มเติมจากข้อหาครอบครองเครื่องรับ-ส่งวิทยุอย่างผิดกฎหมาย ระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ นายสเตฟาน ดูจาร์วิก โฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า โลกประณามการรัฐประหารและเรียกร้องให้ปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี และผู้นำทางการเมืองคนอื่นๆด้วยเช่นกัน

ขณะที่ จีนไม่ได้มีการประณามการยึดอำนาจ ผู้ประท้วงบางคนกล่าวหาจีนว่า เป็นผู้ขายอาวุธหลักให้กับเมียนมา รวมทั้งลงทุนมากมายในประเทศ และเป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหาร โดย นายเฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีนได้โต้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาไม่ใช่สิ่งที่จีนต้องการเห็นอย่างแน่นอนและปฏิเสธว่า

จีนไม่ได้ช่วยเมียนมาในการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

การชุมนุมประท้วงรัฐประหารในเมียนมา

 

15 ก.พ.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ในเมียนมาหลังกองทัพทำรัฐประหารยึดอำนาจ (1 ก.พ.) ว่า การชุมนุมประท้วงในนครย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศมีผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารลดน้อยลง มีผู้ประท้วงราว 1,000 คน ชุมนุมอยู่นอกธนาคารกลางของเมียนมาหลังจากกองทัพนำรถถังและทหารจำนวนมากออกมาตรวจตราตามท้องถนนเพื่อช่วยเหลือตำรวจในการดูแลควบคุมฝูงชน การที่มีผู้ชุมนุมน้อยลงนั้นไม่ชัดเจนว่าเป็นเพราะถูกข่มขู่โดยทหารหรือความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมต่อเนื่องติดต่อกัน

การชุมนุมประท้วงในเมียนมาได้มี แพทย์ พยาบาล ข้าราชการ พนักงานห้างร้าน มวลชนคนรุ่นใหม่ นัดหยุดงานประท้วงเพิ่มมากขึ้นในลักษณะของอารยะขัดขืน ชนกลุ่มน้อยก็ได้มีการเคลื่อนไหวตอบโต้ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ท้าทายอำนาจท็อปบูต ที่ให้อำนาจตำรวจจับกุมตัวผู้ชุมนุมได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล

ด้านกองทัพเมียนมาได้แสดงถึงความชอบธรรมในการทำรัฐประหารโดยอ้างถึง อนุมาตราในรัฐธรรมนูญ ปี 2551 ที่ระบุว่า ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินระดับชาติ อำนาจนิติบัญญัติ และตุลาการของของรัฐบาลสามารถมอบให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลายส่วนของกฎบัตรที่รับรองว่ากองทัพสามมารถรักษาการควบคุมสูงสุดของประเทศที่ปกครองเป็นเวลา 50 ปี

ขณะที่รัฐบาลจากนานาชาติยังคงกดดันกองทัพเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ทูตจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และ 12 ชาติในยุโรปได้เรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาละเว้นการใช้ความรุนแรงต่อผู้ที่ประท้วงการล้มล้างรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายและยังประณามการจับกุมผู้นำทางการเมืองและนักเคลื่อนไหว ตลอดจนการแทรกแซงการควบคุมการสื่อสารของกองทัพ โดยระบุว่า

นานาชาติสนับสนุน “ชาวเมียนมา” ในการแสวงหา “ประชาธิปไตย เสรีภาพ สันติภาพ และความมั่งคั่ง”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี?

 

พรุ่งนี้จะเป็นวันแรกของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี (16-19 ก.พ.64) และลงมติไว้วางใจวันที่ 20 ก.พ. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ’60 ที่ระบุให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ

พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ระบุถึงพฤติกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า บริหารราชการล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวยและพวกพ้อง…

สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ระบุว่า ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับตนเอง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์…

เกี่ยวกับการอภิปรายนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยการตบอกและชกลมโชว์ว่า “พร้อมตลอดเวลา” พร้อมกล่าวเพิ่มเติมถึงกระแสข่าว ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บางส่วนเตรียมโหวตสวนมติพรรคว่า ได้ตรวจสอบกับ พล.อ.ประวิตร รองนายกฯแล้ว ยืนยันว่า “ไม่มีเรื่องนี้” เป็นเรื่องของพรรคการเมืองว่ากันไป

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีในครั้งนี้ ก็เป็นที่คาดหวังกันมากว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายกันด้วยหลักฐานและความจริงต่างๆที่รัฐมนตรีแต่ละคนได้กระทำตามข้อความในญัตติที่ระบุว่า บริหารราชการล้มเหลว มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวยและพวกพ้องนั้น สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างไร

ถึงแม้ว่าการลงมติไม่ไว้วางใจจะแพ้ แต่ก็ถือว่าได้อภิปรายถึงความจริงต่างๆให้ประชาชนได้ทราบ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น