ขุนแผน ฟ้าฟื้น

หนัง ปี 2019 ของ เอ็ม พิคเจอร์ส กำกับโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, ณัทธนพล ทินโรจน์, ยงวรี งามเกษม, แองเจลิน่า โฟรม็องโต้, สิรินัฏฐ์ อภิจันทร์เดช, ศุภกร กิจสุวรรณ,ริท เรืองฤทธิ์ หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ผจญภัย/ตลก/แฟนตาซี

เป็นเรื่องราวของ แก้ว (มาริโอ้) เด็กหนุ่มพเนจรที่สูญเสียความทรงจำในวัยเด็ก กับ เพชร (สิรินัฏฐ์) เพื่อนสนิทที่เดินทางไปแสวงโชคยังอยุธยา จากเค้าโครงของวรรณคดีพื้นบ้านเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน แต่เอามาทำในรูปแบบของการตีความใหม่ให้ตัวละครและเหตุการณ์แตกต่างไปจากเรื่องราวเดิม

แก้ว กับ เพชร ได้พบกับ ช้าง (ณัทธนพล) และ พิม (ยงวรี) เพื่อนเก่าสมัยที่ยังเป็นเด็ก ซึ่งได้ช่วยทำให้ความทรงจำของแก้วเริ่มฟื้นกลับคืนมา หลังจากที่ไปมีเรื่องกับอันธพาลเจ้าถิ่นจนถูกจับขัง แก้วได้พบกับ อาจารย์เดช (ศุภกร) ที่ตัดสินใจถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆให้กับเขา

ขณะเดียวกันเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากช้าง ให้ไปสมัครเป็นทหารอาสา เมื่อถึงงานเฉลิมฉลองพระนคร คู่ปรับเก่าจากต่างเมืองได้จับตัว เจ้าชายปิ่นทอง (ริท) ไป ทำให้คู่ปรับทั้งสองต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้เพื่อบ้านเมืองและแย่งชิงหัวใจหญิงที่ตัวเองรักไปพร้อมๆกัน

หนังสอดแทรกมุกตลก ขบขัน ให้ผู้ชมได้ขำได้ฮากันเป็นระยะ อย่างเช่น เครื่องตรวจจับแอลกอฮอล์ ไปจนถึง แท็กซี่มิเตอร์ สำหรับเทคนิคพิเศษต่างๆก็ถือว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐานของหนังไทยโดยทั่วไป

เป็นหนังแอ็กชัน/แฟนตาซี ของไทยที่ดูสนุก น่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

ปัญหาเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์?

 

จากกรณีตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อกระทงติดรูปการ์ตูนดังของญี่ปุ่น จากเด็กหญิง อายุ 15 ปี ที่ จ.นครราชสีมา จนถูกจับและนำตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครราชสีมา โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ 4-5 คนได้พูดจาข่มขู่ให้เซ็นรับสารภาพและโทรศัพท์ให้แม่นำเงินมาเสียค่าปรับ 50,000-400,000 บาท หลังเจรจาตัวแทนลิขสิทธิ์ลดให้เหลือ 10,000 บาท และสุดท้ายเป็นเงิน 5,000 บาท

หลังจากปรากฏเป็นข่าว ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมากว่า ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้ หลังจากมีคำแนะนำทางกฎหมายจากหลายๆฝ่าย ผู้ปกครองของเด็กหญิงดังกล่าว ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ ในข้อหากรรโชกทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยว ขณะเดียวกันก็มีผู้เสียหายที่ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อและถูกเรียกค่าเสียหายตั้งแต่ 10,000-30,000 บาท อีก 22 ราย นำหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิดกับตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ดังกล่าวด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา เปิดเผยว่า คดีลิขสิทธิ์มีปัญหามาก โดยเฉพาะพวกที่เรียกกันว่า ตีกิน คือ แกล้งจับแล้วเรียกร้องเอาทรัพย์สินเพื่อแลกกับการให้ปล่อยตัว ผู้กระทำคือคนที่ไม่สุจริตเรียกกันว่า พวกนักบิน เมื่อตัวแทนไปพบตำรวจเพื่อพาไปจับ เป็นหน้าที่ของตำรวจในประการแรกต้องตรวจสอบว่าใบมอบอำนาจแต่งตั้งถูกต้องหรือไม่ ถ้ารู้ว่าปลอมหรือหมดอายุแล้วยังไปจับกุม อาจมีความผิดฐานกลั่นแกล้งจับกุมบุคคลให้รับโทษทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องดูว่า เป็นการล่อซื้อหรือล่อให้กระทำความผิด เพราะ 2 อย่างนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าล่อซื้อคือ เขาทำอยู่แล้วไปล่อซื้อเพื่อหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนขึ้น แต่ถ้าล่อให้กระทำผิดนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะเขาไม่ได้ทำอยู่แล้ว เรื่องนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงแล้วว่า คดีนี้เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้เกิดความชัดเจน และถ้าเจ้าหน้าที่ทำผิดต้องถูกลงโทษด้วย ส่วนเด็กต้องให้ความรู้เพื่อป้องกันการถูกหลอก

ประเทศของเรามีการออกกฎหมายมาบังคับใช้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งก็มีเป็นจำนวนมากอีกเช่นกันที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง และ/หรือ พวกพ้อง กรณีเช่นนี้ ถ้าใครทำผิดจำเป็นต้องลงโทษอย่างจริงจังและเด็ดขาด

เพื่อป้องกันไม่ให้ “คนสุจริต” ต้องเดือดร้อนจาก “คนที่ไม่สุจริต” ทั้งหลาย.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

ประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ?

 

หลังจากที่ประชุม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีมติสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต หน.ปชป. เป็น ประธาน กมธ. วิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แต่ก็มีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมส่งคนของพรรคเข้ามาชิงตำแหน่งประธาน กมธ.ด้วย

ล่าสุด (6 พ.ย.) ที่ประชุมพรรค พปชร.ได้ตัดสินใจที่จะเสนอชื่อ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค และ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เข้าชิงตำแหน่ง ประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความสง่างาม สะท้อนว่าสภาฯให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ มีคนกลางอย่าง รองประธานสภาฯมาเป็นประธาน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ปชป. มีมติเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ อดีตนายกฯ เป็นประธาน กมธ.วิสามัญ แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังพิจารณาอยู่ คงต้องจัดสรรปันส่วนตามโควตาหรือตามจำนวน กมธ.ทั้งในส่วนรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านให้สมดุล ใครจะเป็นก็เป็น สามารถพูดคุยกันได้ เป็นเรื่องของระบบรัฐสภา คุณสมบัติที่จะมาเป็น กมธ.มีอยู่แล้ว

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรค พปชร.กล่าวว่า เชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ อาจไม่รับตำแหน่งประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่ไปถึงขั้นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตราใด เป็นเพียงแค่เริ่มต้นว่าจะแก้หรือไม่ สัดส่วนของ กมธ. เข้าใจว่าจะแบ่งเป็นสัดส่วนของ ครม. 12 คน รัฐบาล 8 คน และฝ่ายค้าน

ตำแหน่งประธาน กมธ.วิสามัญ แก้รัฐธรรมนูญ ใครจะเป็นก็คงสามารถที่จะพูดคุยกันได้ ตามระบบรัฐสภา แต่ตำแหน่งนี้ควรที่จะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มากกว่า เพราะ ปชป. เป็นผู้เสนอเงื่อนไขขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ

“นายอภิสิทธิ์” จะปฏิเสธตำแหน่ง ประธาน กมธ.หรือไม่?

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“จุรินทร์” ยืนยันเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

2 พ.ย.62 ที่ อิมเพค เมืองทองธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการบรรจุวาระการพิจารณาญัตติตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์มีส่วนผลักดันตั้งแต่ต้น เป็น 1ใน 3 เงื่อนไขที่กำหนดไว้ตอนเข้าร่วมรัฐบาล

ด้าน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะผู้เสนอญัตติของตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวว่า ในส่วนของ ปชป.คงต้องรอให้รัฐบาลพิจารณาอีกครั้งว่าจะใช้ กมธ.ในสัดส่วนเท่าไหร่และพรรคได้กี่ที่นั่ง หากยืนยันตามสัดส่วนเดิมจะมีโควตาจำนวน 4 คน ส่วนจะมีชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต หน.ปชป.ร่วมเป็น กมธ.ด้วยหรือไม่ อยู่ที่ประชุมพรรคจะพิจารณา

ล่าสุด (5 พ.ย.) ที่ประชุมพรรค ปชป.มีมติสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต หน.ปชป. เป็น ประธาน กมธ. วิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ไม่คัดค้านแต่อย่างใด ซึ่งก็น่าจะช่วยทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

เพราะ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เป็นเงื่อนไขหนึ่งในการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลของ ปชป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ศาลปกครอง” ไม่รับฟ้อง “แบน 3 สารเคมี”

 

1 พ.ย.62 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีที่ น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง พร้อมด้วยเครือข่ายผู้แทนเกษตรกร 6 จังหวัด  1,091 คน ยื่นฟ้อง คณะกรรมการวัตถุอันตราย  คณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง รมว.เกษตรและสหกรณ์ จากกรณีมีคำสั่งให้ยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเสต และ คลอร์ไพริฟอส โดยไม่มีมาตรการเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหาย ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงชนิดของวัตถุอันตราย ทั้ง 3 ชนิด จากวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 4 นั้น พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 18 วรรคสอง กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการวัตถุอันตราย กับ รมว.อุตสาหกรรม โดยการออกเป็นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

โดย มติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการประชุมเมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 เป็นเพียงมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกรมวิชาการเกษตร โดยกรมวิชาการเกษตรจะต้องไปจัดทำร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน แล้วนำร่างประกาศดังกล่าวมาเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการประชุมครั้งต่อไป

มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายดังกล่าว จึงเป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมการที่จะจัดให้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่มีผลทางกฎหมายเป็นกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใด ที่จะนำมาฟ้องขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนได้

ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ.

โพสท์ใน กฎหมาย | ใส่ความเห็น

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

 

1 พ.ย.62 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ร่วมกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดตัว ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เพื่อร่วมมือกันตรวจสอบข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จผ่านออนไลน์ หรือสังคมโซเชียล ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงภายในประเทศ

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า  ศูนย์ฯจะทำหน้าที่ดูแล กลั่นกรอง ตรวจสอบ หรือกำจัดข่าวปลอม โดยจะเน้นข่าวที่บิดเบือนก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาข่าวปลอม แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ 1.ภัยพิบัติ  2.เศรษฐกิจ 3.ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และ 4.นโยบายรัฐบาล

ในกรณีเกิดข่าวปลอม ประชาชนสามารถตรวจเช็คข่าวปลอมได้ทันที เบื้องต้นคาดว่าจะออกข้อมูลที่ถูกต้องได้ภายใน 2 ชั่วโมง และได้เน้นการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน จึงพัฒนาเว็บไซต์ เปิดไอดีไลน์ และอื่นๆ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบข่าวสาร หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ

ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ภัยอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทุกวันและเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดเวลา ตำรวจจึงต้องทำงานแบบเชิงรุก เพื่อรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์ ทุกวันนี้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) รับแจ้งคดีเกี่ยวกับความผิดทางออนไลน์จำนวนมาก ดังนั้น ศูนย์ PCT จะมาช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้กับประชาชนอีกช่องทาง และได้เปิดคอลเซ็นเตอร์ โทร.1599 ให้ประชาชนปรึกษารูปแบบคดีก่อน ไม่ต้องเดินทางมาที่ ปอท. ที่ศูนย์ราชการกรุเทพฯ และเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านก่อน

จากการแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และ PCT เพื่อตรวจสอบข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จข้างต้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะปัจจุบัน มีข่าวปลอมเป็นจำนวนมากที่เชื่อถือไม่ได้ และที่น่ายินดีไปกว่านั้นก็คือ คำยืนยันของ รมว.ดีอีเอส ที่กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียวและจะไม่ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกรณีที่แสดงความคิดเห็นบนโซเชียล หากความเห็นนั้นไม่ไปทำให้ผู้อื่นเสียหาย และที่สำคัญก็คือ

เป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ขึ้นต่ออิทธิพลของหน่วยงานหรือองค์กรใดๆ.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

Rambo: Last Blood

หนัง ปี 2019 ของ มิลเลนเนียม ฟิล์มส กำกับโดย เอเดรียน กรุนเบิร์ก, นำแสดงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน, เอเดรียน่า บาร์ราซ่า, เวตต์ มอนเรียล, ปาซ เวก้า, หลุยส์ แมนดี้ลอร์, เซอร์จิโอ เพริส-เมนเชต้า หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ทริลเลอร์

เป็นเรื่องราวภาคต่อของ จอห์น แรมโบ้ (สตอลโลน) ตั้งแต่ภาคแรก Rambo: First Blood (1982) ที่โด่งดัง มาจนกระทั่งมาถึงครั้งนี้เป็นภาคที่ 5 ซึ่งน่าจะเป็นภาคสุดท้ายหรืออาจจะมีภาคต่อให้ผู้ที่ยังรักและหลงใหลใน นักรบคนสุดท้าย ได้ชมกันอีก

ในภาคนี้ จอห์น แรมโบ อดีตทหารผ่านศึกเวียดนาม ที่ได้กลับไปใช้ชีวิตเป็นคนฝึกม้าที่อริโซนา ใกล้กับชายแดนเม็กซิโก อยู่กับ เกเบรียล (มอนเรียล) หลานสาวที่เขาได้รับเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งเป็นสาวรุ่นที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โดยมี มาเรีย เบลทราน (บาร์ราซ่า) ป้าที่เป็นเพื่อนสนิทพ่อคอยช่วยดูแล

หลานสาวข้ามชายแดนตามไปหาพ่อที่หายไปที่เม็กซิโก แต่ได้ถูกแก๊งค้ายาและค้าผู้หญิงลักพาตัวไปกักขังให้เป็นโสเภณี ทำให้ แรมโบ ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบในไร่จำเป็นต้องเดินทางไปช่วยเหลือหลานสาวอันเป็นที่รักกลับมาให้ได้ เขาต้องเผชิญกับแก๊งค้ายาที่เหี้ยมโหด และได้จัดการกับเหล่าร้ายทั้งหมดอย่างสาสม

เป็นหนังแอ็กชัน/ทริลเลอร์ ของ สตอลโลน ที่ยังคงดูสนุกและตื่นเต้น.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

อุปทูตสหรัฐฯเข้าพบ “สมคิด” เรื่อง “จีเอสพี” 

 

29 ต.ค.62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เรียกประชุมรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดพิเศษ ถึงแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาหลังสหรัฐฯสั่งตัด “จีเอสพี” กับสินค้าไทย โดยได้มอบหมายให้ตั้ง คณะทำงาน 3 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ แรงงาน และ พาณิชย์ หาช่องทางให้สหรัฐฯทบทวนในเรื่องนี้

หลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้น นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาราชการเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานในทำเนียบรัฐบาล โดยคาดว่าจะเป็นการหารือถึงกรณีที่สหรัฐฯสั่งระงับสิทธิพิเศษ “จีเอสพี” กับสินค้าจากประเทศไทย

นายสมคิด เปิดเผยว่า นายไมเคิล ได้แจ้งให้ทราบว่า เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีของสหรัฐฯจะมาเข้าร่วมประชุมการประชุมอินโด-แปซิฟิก บิสิเนส ฟอรั่ม ช่วงการประชุมอาเซียนซัมมิต สหรัฐฯยืนยันว่าต้องการมาลงทุนในประเทศไทยและได้ใช้โอกาสนี้พูดคุยเรื่องสหรัฐฯตัดจีเอสพีไทย อุปทูตยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย น่าจะยังสามารถเจรจาพูดคุยกันได้

นายไมเคิล กล่าวด้วยว่า การตัดจีเอสพีประเทศไทยนั้น มีการพูดคุยกันมานานแล้ว ไทยได้รับสิทธิพิเศษมานานกว่า 30 ปี แม้จะถูกตัดสิทธิไปแล้ว แต่ประเทศไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดมากกว่าประเทศใดในโลกในปัจจุบัน ดังนั้นจะหารือกับทางรัฐบาลไทยในข้อกฎหมายต่างๆว่าจะมีการดำเนินการร่วมกันอย่างไร?

ด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองกล่าวว่า อุปทูตยืนยันว่าการตัดสิทธิ “จีเอสพี” ไม่เกี่ยวกับการสั่งให้ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีเกษตร แต่ต้องการให้ไทยช่วยศึกษาเชิงวิชาการด้วยว่า ในเรื่องของสารอันตรายมีผลกระทบประมาณใด และอยากรู้ว่าสารตกค้างในระดับใดที่ไทยสามารถยอมรับได้ เพราะสหรัฐฯเป็นผู้ส่งออกถั่วเหลืองมายังไทยจึงมีความกังวลใจ

การที่สหรัฐฯตัด “จีเอสพี” สินค้าไทยในครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่เกี่ยวกับการที่ไทย มีมติให้ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี แต่ก็ยังคงมีหลายฝ่ายเคลือบแคลงและสงสัยกันเป็นจำนวนมากว่า

ทำไมสหรัฐฯจึงขอให้ไทยศึกษาทางวิชาการถึงผลกระทบของสารเคมีที่สั่งให้มีการยกเลิก?

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

สาเหตุของสหรัฐฯในการตัด “จีเอสพี” ไทย

 

จากกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทั่วไป (จีเอสพี) สินค้าไทยหลายรายการ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายว่าเป็นการตอบโต้ของสหรัฐฯที่รัฐบาลไทยประกาศห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเสต และ คลอร์ไพริฟอส

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ออกมาชี้แจงว่า การถูกตัดจีเอสพีครั้งนี้ฝ่ายไทยยังสามารถที่จะอุทธรณ์หรือขอให้สหรัฐฯทบทวนใหม่ได้ เช่นปีที่ผ่านมา สหรัฐฯก็ทบทวนรายการสินค้าคืนมาให้ฝ่ายไทยรวม 7 รายการ และการตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐฯไม่เกี่ยวข้องกับการที่ประเทศไทยประกาศแบน 3 สารเคมีทางการเกษตรแต่อย่างใด

นายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การตัดสิทธิในครั้งนี้เป็นเรื่องสิทธิแรงงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมา ยูเอสทีอาร์ ได้พยายามผลักดันแก้กฎหมายประเด็นที่เรียกร้อง 7 ข้อ  แต่ไทยดำเนินการตามได้ 5 ข้อ ส่วน 2 ข้อ เช่น ขอให้แรงานต่างด้าวในไทยตั้งสหภาพแรงงานนั้น ไทยไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เพราะหากมีการประท้วงจะส่งผลกระทบต่อนายจ้างและเศรษฐกิจของไทย กระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงอย่างต่อเนื่องว่า ไทยดำเนินการไม่ได้ เพราะสหรัฐฯเองก็ยังดำเนินการไม่ได้เช่นเดียวกัน แล้วเหตุใดจึงกดดันไทยเพื่อแลกกับจีเอสพี

ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสิทธิ จีเอสพีของไทยในอีก 6 เดือน โดยอ้างว่า ไทยไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานให้เป็นไปตามหลักสากลได้นั้น “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์หลายฝ่าย หลายกระทรวง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของแรงงานต้องทำในส่วนของตัวเอง โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็เป็นมาตรฐานของไทย”

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่อยากให้ไปคาดเดาว่าเป็นการตัดเพราะอะไร รัฐบาลทราบอยู่แล้วว่าจะมีปัญหาตรงนี้ เราพยายามเดินหน้าเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และอยากบอกว่า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนกหรือกล่าวให้ร้ายกันไปมา

สาเหตุของสหรัฐฯในการตัด “จีเอสพี“ไทย ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของสหรัฐฯ เราก็คงต้องดำเนินการขอให้มีการทบทวนเรื่องดังกล่าวใหม่ ถ้าสหรัฐฯไม่ทบทวนก็ถือว่าเป็นอำนาจของสหรัฐฯ ตามแนวนโยบาย อเมริกาเฟิร์สต์

รัฐบาลก็คงต้องพิจารณา “ไทยแลนด์เฟิร์สต์” ด้วยเช่นเดียวกัน.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

สหรัฐฯ ตัดสิทธิ “จีเอสพี” ไทย?

 

26 ต.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แจ้งเรื่องต่อ นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง และ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯว่า ได้ตัดสินใจระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทั่วไป (จีเอสพี) กับสินค้าไทยหลายรายการ

เนื่องจากไทยไม่ได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมแรงงานให้สามารถเลี้ยงชีพได้ตามสิทธิแรงงานสากล โดยที่สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ประเมินว่าการระงับสิทธิทางการค้าครั้งนี้ มีมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 39,000 ล้านบาท) ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน

กรณีการตัดสิทธิ จีเอสพี ไทยนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เกิดจากการร้องเรียนของภาคประชาสังคม (เอ็นจีโอ) ของสหรัฐฯ เมื่อ 3-4 ปีมาแล้ว โดยสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (เอเอฟแอล-ซีไอโอ) ได้ยื่นเรื่องให้ ยูเอสทีอาร์ พิจารณาตัดสิทธิไทย เพราะไทยไม่ให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพของตามมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศและเพิ่งประกาศผลทบทวนเมื่อ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา

การตัดสิทธิดังกล่าวสหรัฐฯไม่ได้ตัดสิทธิสินค้าจากไทยที่สหรัฐฯให้สิทธิส่งออกภายใต้ จีเอสพี ทั้งหมด แต่จะตัดสิทธิเพียง 1 ใน 3 หรือ 1 ในกว่า 3,500 รายการ ที่ไทยได้รับ ซึ่งในปี 61 ไทยใช้สิทธิส่งออกไปสหรัฐฯคิดเป็นมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านเหรียญฯ จากมูลค่าที่ได้รับสิทธิทั้งหมด 4,800 ล้านเหรียญฯ หรือคิดเป็นการใช้สิทธิ 66% ส่งผลให้สินค้าไทยต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราเฉลี่ย 4-5% จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเลย

การตัดสิทธิพิเศษทางภาษีข้างต้น นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมากนัก เพราะแต่ละปีไทยใช้สิทธิส่งออกมูลค่าไม่กี่พันล้านเหรียญฯ แต่ปัญหาของการส่งออกไทยขณะนี้คือ ค่าเงินบาทแข็งค่ามาก ทำให้สินค้าไทยมีราคาแพงมาก

เรื่องของค่าเงินบาทแข็งค่านี้ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เคยกล่าวถึงกรณีที่ไทยอาจตกอยู่ในรายชื่อประเทศที่ถูกสหรัฐฯจับตา เนื่องจากเข้าข่ายแทรกแซงค่าเงินว่า “หาก ธปท.เข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทเพื่อความได้เปรียบจริง เราคงไม่เห็นค่าเงินบาทเป็นไปในทิศทางนี้ เพราะค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าค่าเงินหลายสกุลด้วยกัน”

การถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีในครั้งนี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมากนัก เพราะต่อไปเราก็จะต้องถูกตัดสิทธิเป็นการถาวรอยู่ดี

เมื่อประเทศไทยเปลี่ยนสถานะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว.

โพสท์ใน เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น