“รัฐธรรมนูญ” แก้เพื่อใคร?

 

การแสข่าว พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เร่งเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความได้เปรียบให้แก่ตัวเอง โดยไม่แตะประเด็นการปรับลดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการประชุมยืนยันขอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระถัดไป

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวยืนยันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 5 ประเด็น โดยเฉพาะที่มาของนายกฯ ตามมาตรา 272 ส่วนมาตรา 256 ให้มีการตั้ง ส.ส.ร. โดยพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้เสนอ

ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญ หัวหน้า พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคไม่ร่วมสังฆกรรมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของนายไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 22 มิ.ย. ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ต้องนำมาสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณาเป็นอันดับแรก เพราะต้องจัดลำดับความสำคัญของกฎหมาย ยืนยันว่าเราจะร่วมลงชื่อร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า จุดยืน พปชร.ไม่คัดค้านหากจะนำกฎหมายประชามติที่ค้างอยู่มาพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน แต่ไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านคาดหวังว่าเมื่อกฎหมายประชามติผ่านและจะไปทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี 60 เพื่อตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เชื่อว่าหากเสนอมาจริงจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้างมากในสภา

การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกฯของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

“พปชร.” กับ “ส.ว.” จะยินยอมให้ผ่านไปได้หรือ?.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

แก้รัฐธรรมนูญ?

 

จากกรณี นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เบื้องต้นได้ข้อตกลงร่วมกันระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว.จะขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22-23 มิ.ย.เพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ขณะนี้มีแค่ญัตติของพรรคพลังประชารัฐญัตติเดียวที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอ

ญัตติของนายไพบูลย์ที่เสนอมีหลักการที่สำคัญคือ กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่มีเรื่องตัดอำนาจของ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหากยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราถ้ามีเสียงไม่ครบ พรรคพลังประชารัฐยินดีช่วยเติมชื่อให้ แต่ต้องอยู่ในประเด็นของพรรคไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจของ ส.ว. ถ้ามีจะไม่ร่วมลงชื่อให้

ขณะที่ นายราเมศ รัตนเชวง โฆษก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของ ส.ว. ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกนายกฯ พรรคเสนอว่าบุคคลที่จะเสนอตัวเป็นนายกฯต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อพรรค หรือนายกฯต้องมาจาก ส.ส.และตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯตามมาตรา 272 ออกไป

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภาฯ แบ่งยื่นทั้งหมด 5 ฉบับ เป็นการแก้ทั้งฉบับ มาตรา 256 ไม่แตะต้อง หมวด 1 หมวด 2  และแก้เป็นรายมาตราอีก 4 ประเด็น ที่สำคัญจะให้เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้การรัฐประหารเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่สามารถทำได้ และให้อำนาจประชาชนในการต้านรัฐประหารด้วยสันติวิธี

ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่จะให้เขียนไว้ชัดเจนว่าให้การรัฐประหารเป็นเรื่องผิดกฎหมายและให้ประชาชนต้านรัฐประหาร ก็ไม่ทราบว่าจะเสนอเข้าไปให้เสียเวลาทำไม

เพราะ “การปฏิวัติรัฐประหาร” ก็มีการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งกันทุกครั้งอยู่แล้ว.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“อย่าเหลิงอำนาจ”?

 

11 มิ.ย.64 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม รองหัวหน้า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายอนุชา นาคาศรัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรค พปชร. เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ท่ามกลางกระแสข่าวยุบสภาเลือกตั้งใหม่ และการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหาร โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรคในการประชุมสามัญประจำปี (18 มิ.ย.) ที่ จ.ขอนแก่น

นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคว่า เรื่องการปรับโครงสร้าง เรื่องตำแหน่งเลขาธิการพรรค “ยังไม่ทราบรายละเอียด” เรื่องในพรรคอยากเป็นโน่นเป็นนี่ อาจเสียงานในภาพรวม จึงอยากให้นักการเมืองสังวรไว้ว่า ประชาชนมองเราอยู่ อย่าคิดว่าวันนี้เราเดินได้สบาย แต่อยู่กับสิ่งที่เป็นอำนาจ แล้วทำให้ท่านสบาย แต่เวลาเลือกตั้งขอเรียนว่าสิ่งที่ทำไว้ในวันนี้ มันจะสะท้อนในวันเลือกตั้ง

นายอนุชา กล่าว่ายังไม่ได้ยินว่ามีวาระการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค ทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียวที่จะสั่งการทุกอย่าง เราต้องเคารพการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค พรรคเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้คิดถึงประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก เรื่องของการยุบสภาฯ ไม่มี “รับรองได้” คิดว่ารัฐบาลอยู่ครบวาระ

กระแสข่าวการยุบสภาฯ ก็คงไม่มี ตามที่ “รับรองได้” และ การปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค พปชร.ก็ไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคที่จะตัดสินใจ แต่ที่น่าสนใจก็คือคำเตือนของนายสมศักดิ์ที่ให้นักการเมืองสังวรถึงเรื่องของอำนาจนั้นเป็นเรื่องที่น่าให้ความสำคัญ

เพราะนักการเมืองของเรามักไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องการแก้ปัญหาให้กับประชาชน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ข้อสังเกตเกี่ยวกับงบฯปี 65 ??

 

8 มิ.ย.65 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่มี นายวิเชียร ชวลิต  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยได้เชิญหน่วยงานกระทรวงการคลังมาให้ข้อมูล

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) โฆษก กมธ.เปิดเผยว่า กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประเด็น คือ 1.สอบถามกรณีการยึดทรัพย์จาก 2 อดีตนายกรัฐมนตรีหลายหมื่นล้านบาท รัฐบาลเอาไปเก็บไว้ที่ใด ทำไมไม่มีรายงานงบฯในส่วนนี้ ซึ่งผู้แทนสำนักงบฯตอบไม่ได้ บอกแค่ว่าจะไปหาข้อมูลมาให้

2.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชอบอ้างรัฐบาลชุดนี้ต้องจ่ายเงินใช้หนี้แทนรัฐบาลก่อนในโครงการจำนำข้าว หากนายกฯคนต่อไปเข้ามาบริหารบ้านเมืองจะอ้างว่า ต้องนำเงินไปใช้หนี้ให้นายกฯคนที่แล้วบ้างได้หรือไม่ และ 3.กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ใช้เงินหลายแสนล้านบาทออกมาตรการเยียวยาประชาชน กระทรวงการคลังจะหาเงินจากไหนไปคืน

หากรัฐบาลชุดต่อไปเป็นพรรคเพื่อไทยเข้ามาจะใช้ชื่อกองทุนเพื่อไทยเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมได้หรือไม่ ต้องเป็นบรรทัดฐานในการใช้ชื่อพรรคเป็นชื่อโครงการของตัวเอง

ข้อสังเกตข้างต้น ก็เชื่อว่า ประชาชนก็อยากจะทราบถึงคำชี้แจงด้วยเช่นกัน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“งบราชการลับ”??

 

จากกรณี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)ในฐานะ กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยถึงการพิจารณาของพรรคที่จะเน้นการปรับลดงบฯที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะงบลับของ กระทรวงกลาโหม ที่ได้รับงบลับร่วม 500 ล้านบาท โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียด

และนอกจากกระทรวงกลาโหมแล้ว ยังมีงบลับซ่อนในอีกหลายหน่วยงานเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 558 ล้านบาท สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 60 ล้านบาท สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 232 ล้านบาท สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 50 ล้านบาท แม้ กระทรวงการต่างประเทศ อย่าง กรมการจัดหางาน ยังมีงบลับ 8 ล้านบาท รวมแล้วกระทรวงกลาโหมกับสำนักนายกรัฐมนตรีมีงบลับ 1,000 ล้านบาท พรรคจะตรวจสอบงบลับเหล่านี้ รวมทั้งงบจัดซื้ออาวุธของกองทัพด้วย

ขณะที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ส.พรรครวมพลังประชารัฐ (พปชร.) กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ กล่าวยอมรับว่า มีงบลับใน พ.ร.บ.งบฯ มานานแล้ว ทุกรัฐบาลถือเป็นปกติในหน่วยงานความมั่นคง ทั้ง ตำรวจ ทหาร มีความจำเป็น แต่ยืนยันว่าทุกอย่างตรวจสอบได้ โดยต้องเป็นไปตามลำดับชั้นความลับ เท่าที่ดูงบฯปี 65 ยังไม่พบความผิดปกติของงบลับที่ขอมา

“งบราชการลับ” สำหรับหน่วยงานความมั่นคง คงจำเป็นที่จะต้องมี แต่ที่สำคัญคือ

ทุกอย่างต้องตรวจสอบและเปิดเผยได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ทหารเมียนมา ปะทะ กองกำลังประชาชน

 

6 มิ.ย.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเมียนมารายงานการปะทะระหว่างกองทัพเมียนมา กับ กองกำลังประชาชน ที่หมู่บ้านเฮเลย์ฉ่วย พื้นที่บริเวณปากแม่น้ำอิรวดี เขตอิรวดี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ทำการต่อสู้ป้องกันการจับกุมในข้อหาลำเลียงอาวุธสงครามจากทหารของกองทัพ

ทางรัฐบาลทหารเมียนมาได้ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้สังหาร “ผู้ก่อการร้าย” อย่างน้อย 3 ราย และจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างน้อย 2 คน โดยการปฏิบัติการที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นไปตามเบาะแสของหน่วยข่าวกรองว่าเป็นที่กบดานของชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังวางแผนเตรียมโค่นอำนาจรัฐ

ขณะที่ สื่อท้องถิ่นอีกหลายแห่ง เช่น สำนักข่าว คิต ทิต มีเดีย รวมทั้ง เดลตานิวส์ รายงานว่า การต่อสู้ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ และมีผู้บาดเจ็บด้วยอีกหลายสิบคน ขณะที่ประชาชนในหมู่บ้านพยายามตอบโต้ แต่อาวุธที่มีอยู่ไม่สามารถต่อสู้กับทหารของกองทัพได้

ด้าน พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ได้พบหารือกับคณะผู้แทนระดับสูงของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) คือ นายอีริวาน ยูซอฟ รมช.กระทรวงการต่างประเทศบรูไนในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้  และ นายลิ้ม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนชาวบรูไน ที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่การมาเยือนดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประท้วงชาวเมียนมาในเมืองมัณฑะเลย์ ที่ได้มีการชุมนุมประท้วงเผาธงสัญลักษณ์ของอาเซียนและกล่าวโทษอาเซียนว่า เป็นการสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมชูป้ายโจมตีด้วยว่า

“วิถีอาเซียนเป็นแค่จุดยืนที่ไร้ค่า”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ฉายา” รัฐสภาไทย

 

24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร ได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็น ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คณะราษฎรได้เข้าเฝ้าฯพร้อมถวายร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในวันรุ่งขึ้น โดยทรงพระอักษรกำกับต่อท้ายว่า “ชั่วคราว” ด้วยไม่พ้องกับพระประสงค์ของพระองค์

ตั้งแต่ พ.ศ.2475 ประเทศไทยได้มีการฉีกรัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง มีการร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ ฉบับปัจจุบันคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ร่างและให้ทำประชามติ โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เรื่องสำคัญ เรื่องเด่นอื่นๆ รวมทั้งเรื่องแปลกใหม่ในรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติขึ้นอย่างมากมาย อาทิ เช่น ป้องกันคนโกงไม่ให้เข้ามาทำงานการเมือง วางขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปตำรวจอย่างเร่งด่วน ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้เสร็จภายใน 5 ปี การเลือกตั้งให้ทุกคะแนนมีความสำคัญ จัดให้มี ยุทธศาสตร์ชาติ ที่ประชาชนมีส่วนร่วม เป็นต้น

รัฐสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา ประธานรัฐสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและดำเนินกิจการของรัฐสภาในกรณีประชุมร่วมกันให้เป็นไปตามข้อบังคับ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 350 คน มาจากบัญชีรายชื่อ 150 คน วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลผู้มีความรู้ ประสบการณ์ แต่ ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 250 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์แต่งตั้งตามที่ คสช. ถวายคำแนะนำในการสรรหาและแต่งตั้ง

รัฐสภาไทย ได้มี “ฉายา” ที่นักการเมืองและประชาชนใช้เรียกกันมากมายหลายชื่อ อย่างเช่น “สภาผัวเมีย” “สภาเครือญาติ” “สภาทาส” และ “สภาเผด็จการ”

การจะใช้ “ฉายา”ใดก็แล้วแต่บริบทที่อยากจะใช้กัน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

วิถีการเมืองไทย?

 

หลังจากการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 65 ที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอภิปรายท้วงติงกันอย่างหนัก แต่สุดท้าย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ไม่มีใครกล้าแตกแถว มีการโหวตวาระแรกผ่านฉลุยไปอย่างขาดลอย ด้วยคะแนนเห็นชอบ 269 ต่อ เสียง 201 ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าเป็นการปิดฉาก “ลิเกโรงใหญ่” ของการอภิปรายงบประมาณรายจ่าย ปี 2565

และที่เซอร์ไพรส์ตามมาก็คือ มีการเปิดตัว นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิก พรรคเพื่อไทย (พท.) ย้ายขั้วเข้าซบ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยเข้ามานั่งเป็น กมธ.งบประมาณด้วย โดยนายเรืองไกรให้สัมภาษณ์ว่า พปชร.ชักชวนมาให้มาช่วยดูการจัดทำงบประมาณ จึงตอบรับเพราะเห็นว่า ถ้าอยู่เสียงข้างมากจะทำงานแล้วเกิดประโยชน์มากกว่าอยู่เสียงข้างน้อยที่ทำอะไรได้ไม่มาก ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีหรือเรื่องเงิน

ขณะที่ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และอดีตเลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส พร้อม นายบำรุง รัตนะ อดีต ส.ก.เขตวังทองหลาง 4 สมัย และ นายประเสริฐ ทองนุ่น อดีต ส.ก.เขตบางกะปิให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เพราะเป็นทางออกเดียวที่จะได้ทำงานรับใช้ประชาชนในพื้นที่ หลัง พท.มีมติส่งทีมงานจากพื้นที่อื่นเป็นว่าที่ผู้สมัครท้องถิ่นแทน

การปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในประเทศเรา ที่ผ่านมามักจะอยู่กันไม่ครบวาระจะมีการยุบสภาและมีรัฐประหารสลับกันมาเป็นระยะโดยตลอด รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารโดยมากจะอยู่ครบวาระหรืออยู่นานกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง วิถีการเมืองไทย จึงล้มลุกคลุกคลานกันมาโดยตลอด

ก็เพราะ ส.ส.ทั้งหลายต้องการแต่จะเข้าร่วมพรรครัฐบาล.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ตำรวจรัฐสภา v ตำรวจติดตาม

 

จากกรณีข่าวความขัดแย้งระหว่างตำรวจรัฐสภาและทีมตำรวจติดตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รม.เกษตรและสหกรณ์ ที่ตำรวจรัฐสภาใช้มาตรการควบคุมทางสาธารณสุขป้องกัน โควิด-19 อย่างเข้มงวดกับผู้ที่เข้า-ออก ต้องสวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ แสดงตนเข้าพื้นที่ ขอความร่วมมือ ส.ส.ให้มีผู้ติดตามได้เพียงคนเดียว แต่ตำรวจผู้ติดตามได้ฝ่าฝืนติดตาม ร.อ.ธรรมนัส ขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัว

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวยอมรับว่า ทีมผู้ติดตามเป็นตำรวจของตนจริง แต่ถูกตำรวจรัฐสภาให้เข้าได้เพียงคนเดียว ตนมีเอกสารเยอะ จึงขอให้ผู้ติดตามขึ้นไปส่ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาไม่ยอม รวมทั้งได้มีการใช้วาจาที่ไม่สุภาพจึงมีการถกเถียงกันขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย เมื่อได้ขึ้นไปถึงห้องแล้ว เห็นว่า “ไม่ถูกต้อง” จึงเรียก ผอ.สำนักฯมาชี้แจงให้ฟัง

ด้าน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความขัดแย้งดังกล่าวว่า ได้เชิญตำรวจรัฐสภามาพูดคุย เขาเล่าให้ฟังว่ามีปัญหากับผู้ติดตามรัฐมนตรี มีสุภาพสตรีคนหนึ่งไม่มีบัตรจึงได้ขอตรวจบัตร ส่วนผู้ติดตามอีก 2 คน ให้ไปขึ้นอีกทางหนึ่งที่ไม่ใช่ทางที่ ส.ส.ขึ้น จึงเป็นที่มาของปัญหาที่เกิดจากการพูดเสียงดัง และมีผู้ใหญ่ในสภาฯแนะนำให้ไปขอโทษ ได้ให้เลขาธิการสภาฯสอบสวนข้อมูลไว้ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เขาจะได้มีกำลังใจในการทำงาน

ฟังจากที่เขาเล่า ตำรวจรัฐสภาไม่ได้ทำผิดอะไร แค่เสียงดังเหมือน ส.ส.บางคนที่เสียงดัง แต่ไมได้ดังแบบก้าวร้าว “ผมก็เตือนเสมอว่าอย่าไปกลัวผู้ติดตาม ตัวนักการเมืองเองถ้าทำอะไรบกพร่องก็กระทบต่อประชาชนในเขตเลือกตั้งของเขา…ต้องยอมรับว่าเป็นจุดอ่อนของคนไทย คือ เรื่องวินัยเคารพกฎเกณฑ์

ซึ่งก็คือ คนไทย (บางคน) ชอบทำตัวกร่าง ใหญ่โต ไม่ชอบเคารพกฎเกณฑ์ใดๆ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“การเมือง” เรื่องของ “อำนาจ”?

 

2 มิ.ย.64 วันอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 65 วันสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงถึงกรณีการให้เกียรติในการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลโดยยืนยันว่า ให้เกียรติรองนายกฯทุกคน รวมทั้งรัฐมนตรีทุกพรรคด้วย โดยเฉพาะรัฐมนตรีด้านสาธารณสุข ให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

สาเหตุที่ต้องไปรวบอำนาจมาเนื่องจากเนื่องจากกฎหมาย อาทิ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ให้กรอบอำนาจเฉพาะในส่วนของ สธ. ไม่สามารถไปสั่งการหน่วยงานอื่นได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆจะสั่งโน่นสั่งนี่ ที่บอกว่าไม่ให้เกียรติเพราะคิดคนละทาง สมมติตนตั้งเลขา สมช.มาเป็น ผอ.ศบค.แล้วให้รองนายกฯไปนั่งข้างๆค่อยมาว่ากัน “ผมถามรองนายกฯตลอดจะเอาคืนไปหรือยัง ท่านบอกว่า สธ.ทำไม่ไหว เพราะสั่งใครไม่ได้ ..”

“อำนาจมันอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ หลายคนต้องการอำนาจ ผมไม่ต้องการอำนาจ ผมต้องการความร่วมมือร่วมใจ ถ้าไม่มีใครมาว่าบิดเบือนรัฐบาล ผมไม่เคยไปตอบโต้ แต่ถ้าท่านโจมตีเสียหายผมก็จำเป็น..ผมไม่ได้หวงอำนาจเพื่อสร้างความรักความชอบธรรม ผมขออย่างเดียวอย่าสร้างความเกลียดชังกันให้มากนัก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ตามคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ถือว่าชัดเจนในเรื่องของการให้เกียรติรองนายกฯและรัฐมนตรีดีพอสมควรและทำให้เข้าใจถึงปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านๆมาว่า มีปัญหาในเรื่องของสั่งการ ไม่สามารถไปสั่งการหน่วยงานอื่นได้ และที่น่าสนใจก็คือในเรื่องของการสร้างความเกลียดชัง ที่ได้มีการสร้างความขัดแย้ง “แบ่งสีแบ่งข้าง” ให้เกิดขึ้นมาในหมู่ประชาชน

“คณะกรรมการสมานฉันท์” ได้มีการนำมาใช้ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” กันหรือไม่?.

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น