“การบินไทย” ขอกลับเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง?

 

จากกรณี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ผู้จัดทำแผนฟื้นฟูการบินไทย,ที่ปรึกษาทางการเงิน,บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย และผู้บริหารการบินไทย ได้มีการประชุมหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาปัญหา บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยการบินไทยจะขอเสนอรับการสนับสนุนเงินจากภาครัฐวงเงิน 50,000 ล้านบาท และขอให้กระทรวงคมนาคมสนับสนุนกรณีดังกล่าวเพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้นให้กับการบินไทย แต่กระทรวงคมนาคมได้มีความเห็นแย้งในหลายประเด็น อาทิ ความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการที่มีหนี้อยู่หลายแสนล้านบาท

ล่าสุด (2 พ.ค.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการพิจารณาถึงกรณีดังกล่าว โดย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เสนอให้การบินไทยกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า การเป็นรัฐวิสาหกิจจะช่วยให้การบินไทยที่เป็น “สายการบินแห่งชาติ” สามารถฟื้นฟูกิจการได้ตามแผนและการที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและอำนาจต่อรองกับเจ้าหนี้ได้

ขณะที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ตั้งข้อสังเกตว่า จะต้องใส่เงินไปจำนวนเท่าใดและหากไม่จบก็เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ด้าน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ  รมว.คมนาคม ได้ให้ข้อสังเกตถึงงบประมาณที่จะต้องใช้ไปในการแก้ไขปัญหา และ ถ้ามีปัญหาต่อไปเรื่อยๆจะทำอย่างไร ทำไมไม่ทำตามแผนฟื้นฟู แบ่งเป็นบิสซิเนสแยกออกมาแล้วบริหารจัดการใหม่

ผลการพิจารณาของ ครม.ยังไม่มีข้อสรุป โดยกระทรวงการคลังได้รับที่จะไปทำตัวเลขทั้งหมดมาเสนอ ครม.อีกครั้งว่าจะต้องใช้งบประมาณทั้งหมดเท่าไหร่

การแก้ไขปัญหาง “การบินไทย” อย่าให้เป็นแบบ “พายเรือในอ่าง” กันอยู่อีกเลย.

โพสท์ใน เรื่องราว, เศรษฐกิจ | ใส่ความเห็น

“การปฏิวัติเมียนมาโลก”

 

2 พ.ค.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงสถานการณ์ในเมียนมาว่า  กองกำลังความมั่นคงเมียนมาใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ชุมนุมที่นัดกันประท้วงใหญ่อีกครั้งหนึ่งทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บและถูกควบคุมตัวไปอีกเป็นจำนวนมาก หลังครบ 3 เดือน ที่กองทัพเมียนมาทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้ง จนประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤติประท้วงอย่างรุนแรง

การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ แกนนำการประท้วงรัฐประหารได้อ่านแถลงการณ์ว่า เป็นการลุกฮือเพื่อการปฏิวัติ เป็นการเขย่าโลกด้วยเสียงอันเป็นหนึ่งเดียวของประชาชน ประสานกับการชุมนุมของชาวเมียนมาทั่วโลก ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “การปฏิวัติเมียนมาโลก” เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเงา หรือ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) กับเชิดชูประชาชนที่ล้มตายเพราะกองทัพเผด็จการ

ขณะที่สถานีโทรทัศน์รัฐบาลเมียนมาระบุเมื่อ 1 พ.ค. ว่า ในช่วง 36 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเหตุระเบิดปริศนาอย่างน้อย 11 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในนครย่างกุ้ง แต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งยังไม่มีข้อมูลว่าใครอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้

ด้าน เว็บไซต์ข่าว อิรวดี นิวส์ โพสต์ภาพของชายคนหนึ่งที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกองกำลังรักษาความมั่นคงในชุดนอกเครื่องแบบเล็งปืนไรเฟิลที่เมืองมัณฑะเลย์ ที่ซึ่งมีรายงานด้วยว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา (เอเอพีพี) ระบุยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของทหารเพิ่มเป็นอย่างน้อย 759 ราย

การประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาจะมีผู้บาดเจ็บล้มตายกันอีกเท่าใด?.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“กองทัพอากาศเมียนมา” โจมตี “กองกำลังชาติพันธุ์” อย่างหนัก

 

30 เม.ย.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงสถานการณ์ในเมียนมาว่า กองทัพอากาศเมียนมาได้ออกปฏิบัติการโจมตีกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ทางอากาศอย่างหนัก เพื่อตอบโต้กรณี กองกำลังกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เข้าทำการบุกยึดค่ายทหารเมียนมาพร้อมทำลายสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ใกล้กับพรมแดนของประเทศไทย

ขณะที่ในรัฐคะฉิ่น ทางภาคเหนือของประเทศ มีรายงานว่ากองทัพอากาศเมียนมาก็ได้ออกปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดการปะทะกับกองพันที่ 25 ของ กองกำลังคะฉิ่นอิสระ (เคไอเอ) จนส่งผลให้ค่ายทหารกองทัพเมียนมาใกล้พรมแดนจีนถูกกลุ่มชาติพันธุ์เข้ายึดครอง โดยเหตุการณ์ดังกล่าว สื่อท้องถิ่นเมียนมารายงานว่า เป็นการปะทะกันระหว่างกองทัพกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี

นอกจากนั้น จากการเปิดเผยของ เครือข่ายเครือข่ายสนับสนุนสันติภาพชาวกะเหรี่ยง ยังได้ระบุว่า ขณะนี้ มีชาวบ้านมากกว่า 8,000 คน อพยพหนีการต่อสู้มาหลบภัยยังค่ายพักพิงชั่วคราวตลอดแนวยาวตามลำน้ำสาละวิน ฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งถ้าหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ชาวเมียนมาเหล่านี้อาจจำเป็นที่จะต้องหลบหนีเข้ามายังประเทศไทย

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเผยว่า มีพลเรือนจากเมียนมาได้ข้ามมายังประเทศไทยแล้ว 2,267 คน และยังมีชาวบ้านอีกเป็นจำนวนมากที่หลบภัยอยู่ตามป่าเขาในฝั่งเมียนมา เช่นเดียวกับข้อมูลของ หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ ระบุว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งที่ได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ได้ส่งผลให้ชาวเมียนมาอพยพออกจากที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 40,000 คน โดยจำนวนนี้อยู่ในภาคเหนือ 11,000 คน และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,800 คน

ล่าสุด กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆกับกองทัพทหารเมียนมา ยังคงมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Mortal Kombat

หนัง ปี 2021 ของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กำกับโดย ไซมอน แมคคอยด์ นำแสดงโดย ลูอิส แทน, เจสสิก้า แมคนามี, จอส ลอว์สัน, โจ แทสลิม, ทาดะ โนบุ อะซะโนะ, เมห์เคด บรูกส์, ลูดี้ ลิน, แมกซ์ ฮวง (Max Huang) หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ผจญภัย/ไซ-ไฟ/ทริลเลอร์

เป็นเรื่องราวของ โคล ยัง (แทน) นักต่อสู้ในกรงเพื่อเงินรางวัล ที่ถูกจักรพรรดิ ชาง จุง (ฮาน) แห่งเอ้าท์เวิลด์ ได้ส่ง ซับซีโร่ (แทสลิม) นักรบจากอีกโลกหนึ่งเข้าทำลายโคล ขณะที่โคลก็ได้กังวลถึงเรื่องความปลอดภัยของ เอลลิสัน (เบรนท์) ภรรยา และ เอมิลี่ (คิมเบอร์) ลูกสาว เขาจึงได้ไปค้นหา ซอนย่า เบลด (แมคนามี) ซึ่งมีตรามังกรเช่นเดียวกับที่เขามี

โคลไม่เคยรู้ว่าตัวเขาเองมีพลังที่ได้รับสืบทอดมาตั้งแต่เกิด แต่เขาก็ได้รับการฝึกฝนกับนักสู้ผู้เก่งกาจที่สำนักของ ลอร์ด ไรเด็น (อะซะโนะ) ผู้ปกป้อง เอิรธเรล์ม หลายคน อย่างเช่น  ลุย แคง (ลิน) คุง เลา (ฮวง) รวมทั้ง คาโน่ (ลอว์สัน) อันธพาลจอมโกง ทำให้เขาได้กลายเป็นนักสู้ที่เก่งกาจในโลกของการต่อสู้ระหว่าง เอิรธเรล์มและ เอ้าท์เวิร์ลที่เรียกกันว่า “มอร์ทัล คอมแบ็ต”

หนังได้รับแรงบันดาลใจจากเฟรนไชส์วิดีโอเกมส์ชื่อดังของ มิดเวย์เกมส์ ที่ได้กลายเป็นวิดีโอเกมส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังในเวอร์ชั่น 2021 อีกครั้งหนึ่ง

เป็นหนังแอ็กชัน/ผจญภัย เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ที่ดูสนุกและน่าดูเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

“ฐานทัพอากาศเมียนมา” ถูกโจมตี

 

29 เม.ย.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงสถานการณ์ในเมียนมาว่า ฐานทัพอากาศ 2 แห่งของเมียนมาถูกโจมตีด้วยจรวดโดยที่ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ ขณะที่กองทัพเมียนมาแถลงว่า ฐานทัพอากาศใกล้กับเมืองมะเกว์ถูกโจมตีด้วยจรวด 4 ลูก ในช่วงเช้ามืด นอกจากนั้น ยังมีการโจมตีด้วยจรวด 5 ลูกยังฐานทัพอากาศที่เมืองเมกติลา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมะเกวย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานทัพอากาศหลัก โดยที่ไม่มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใด

นับตั้งแต่การรัฐประหารของกองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่นำโดย นางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นมา ได้มี นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเป็นจำนวนมากออกมารวมตัวกันประท้วงตามท้องถนนในเมืองต่างๆทั่วประเทศ จนเกิดความวุ่นวายและความรุนแรงจากกองทัพที่ออกมาปราบปรามผู้ประท้วงอย่างเด็ดขาดจนมีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 750 ศพ มีถูกจับกุมมากกว่า 4,000 คน

และหลังจาก พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สูงสุดได้เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ ที่กรุงจาการ์ตา ด้วยตัวเอง ก็ได้มีการปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเสนอของเหล่าผู้นำ 5 ข้อ เพื่อยุติความรุนแรงในเมียนมา โดยกล่าวว่าจะรับพิจารณาต่อเมื่อสถานการณ์กลับสู่เสถียรภาพแล้ว ขณะที่ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา ที่ทั้งขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วโดยเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐประหารก็ปฏิเสธที่จะเจรจาจนกว่านักโทษการเมืองทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัว

การปราบปรามของกองทัพเมียนมาน่าจะส่งผลให้สถานการณ์ต่างๆรุนแรงเพิ่มมากขึ้น.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“รอยร้าว” ในพรรคร่วมรัฐบาล

 

จากกรณี คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2564 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยมอบให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดูแลพื้นที่ จ.สงขลา นครศรีธรรมราช และ ภูเก็ต ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ จนกระทั่ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หน.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวให้สัมภาษณ์ยอมรับว่ารัฐมนตรีพรรค “ไม่พอใจกับคำสั่งดังกล่าว” และได้หารือกันในทันที รวมทั้งแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้มีการลงนามในคำสั่ง ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 85/2564 เนื่องจากสถานการณ์ระบาดโควิดรุนแรง ทำให้การติดตาม รับฟัง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ระหว่างนี้จึงให้เป็นหน้าที่และอำนาจของรองนายกฯในระดับพื้นที่ที่ได้มอบหมายไว้ก่อนแล้ว เป็นผู้กำกับดูแล โดยคาดกันว่า เพื่อตัดปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ปชป.กับ พปชร.

และจากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ที่ถูกจับเป็น “แพะบูชายัญ” ทันทีที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ โควิด-19 พุ่งขึ้นไปถึงหลักพันจนทะลุสองพันกว่า มีผู้ป่วยไม่มีเตียง และมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จนบางกลุ่มระดมทำแคมเปญลงชื่อขับไล่ให้พ้นจากเก้าอี้ เป็นเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้วิธีพิเศษรวบอำนาจกฎหมายจำนวน 31 ฉบับ จากหลายกระทรวงมาไว้ที่ตัวเอง รวมทั้งตั้งคณะกรรมการ 4 คณะ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กรณีนี้ สมาชิก พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้แสดงความคิดเห็นว่า การที่นายกฯใช้วิธีพิเศษรวบอำนาจจากหลายกระทรวงเพื่อมาทำเรื่อง โควิด-19 ไม่ใช่เครื่องหมายที่จะมาตีตราว่า นายอนุทิน กับกระทรวงหมอจัดการไม่ได้ สิ่งที่นายกฯทำคือการบริหารอารมณ์ อยากฝากถึง “บิ๊กตู่” ว่า ในการศึก โควิด-19 ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ใครคือขุนศึกร่วมรบ เห็นมีแต่ “รองนายกฯหนูเพียงหนึ่งเดียว”

จากทั้งสองกรณีข้างต้น ภท. กับ ปชป. จะกล้า “ถอนตัว” หรือจะถูก “เขี่ยทิ้ง” ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล

เราก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“แถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ถึง “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์”

 

28 เม.ย.64 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน อ่านแถลงการณ์ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่รัฐสภา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม อยู่ในอำนาจบริหารประเทศมาเกือบ 7 ปี แต่กลับล้มเหลวเกือบทุกด้าน สร้างผลกระทบและความเดือดร้อนแก่ประชาชนในวงกว้าง ดังนี้

1.ล้มเหลวและผิดพลาดการจัดการเรื่องของเชื้อ โควิด-19 ทั้งการจัดหา การฉีดวัคซีน จนเป็นอันดับท้ายๆในภูมิภาค รัฐบาลยังเป็นต้นตอการระบาดในหลายระลอก กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการแพร่เชื้อต่อคนสูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง

2.ล้มเหลวการบริหารจัดการเศรษฐกิจ การระบาดของ โควิด-19 ทำให้ประเทศไทยล้มเหลวที่สุดในโลก ประชาชนยากลำบากจากมาตรการเยียวยาผิดพลาดไม่ตรงจุด แรงงานว่างงานมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ประชาชนไม่ตายเพราะโรคก็ตายเพราะไม่มีจะกิน

3.ล้มเหลวการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศ สร้างความแตกแยกในสังคมอย่างท่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเครื่องมือดำรงผลประโยชน์ หลอกลวงประชาชนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อต่อท่ออำนาจ การทุจริตสูงสุดเป็นประวัติการณ์

“พรรคฝ่ายค้านจึงเห็นว่าเพื่อระงับความเสียหายที่เกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องต้องยุติบทบาทการบริหารประเทศทันที ด้วยการลาออก เปิดโอกาสให้มีรัฐบาลมืออาชีพ มีความรู้ความสามารถ ไม่ยึดติดอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์เข้ามาบริหารประเทศ”

“ฝ่ายค้านหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ ต้องลาออกสถานเดียว”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“เรือดำน้ำ” อินโดนีเซีย “สูญหาย”?

 

สัปดาห์ที่แล้ว ข่าวใหญ่ที่น่าตกใจและเป็นที่ฮือฮาก็คือข่าวเรือดำน้ำจู่โจม แบบดีเซล-ไฟฟ้า เคอาร์ไอ นังกาลา 402 ชั้นคากรา หมายเลข 402 อายุ 40 ปี พร้อมลูกเรือ 53 นาย สูญหายไปในน่านน้ำทางตอนเหนือของเกาะบาหลี จนทำให้หลายประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น สิงคโปร์ รวมทั้งประเทศออสเตรเลียได้ส่งเรือกู้ภัยเรือดำน้ำให้การช่วยเหลือ

ตามรายงานข่าว พล.ร.อ.ยูโด มาร์โกโน ผู้บัญชาการกองทัพเรือ (ผบ.ทร.) อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า กองทัพเรือส่งเรือรบ 6 ลำ และฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ เข้าร่วมค้นหาเรือดำน้ำที่สูญหาย พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำที่อาจแสดงว่าถังน้ำมันของเรือรั่วไหลหรือปล่อยน้ำมันออกจากเรือ แต่การค้นหาด้วยโซนาร์ยังไม่พบตำแหน่งของเรือดำน้ำ

สำหรับรายละเอียดของเรือดำน้ำ “นังกาลา” นี้ เป็นเรือดำน้ำชั้น 209/1300 รุ่นส่งออกของประเทศเยอรมนี ส่งมอบให้กองทัพเรือเมื่อปี 2524 มีระวาง 1,300 ตัน ความเร็วใต้น้ำ 42 กม./ชม.  ดำได้ลึกสูงสุด 500 ม. ได้ถูกส่งเข้าซ่อมบำรุงและอัปเกรดสมรรถนะที่เกาหลีใต้เมื่อระหว่างปี 2553-2555 เปลี่ยนระบบอาวุธและเครื่องยนต์และแก้ไขความลึกของการดำเป็น 257 ม.

ล่าสุด พล.ร.อ.มาร์โกโน ผบ.ทร.ได้แถลงว่า จากหลักฐานต่างๆที่พบ เชื่อว่ามาจากเรือดำน้ำ และตอนนี้เราขอเปลี่ยนสถานะจากคำว่า “เรือสูญหาย” เป็น “เรือดำน้ำจม”  “ในช่วงสองวันมานี้ ทีมค้นหาพบชิ้นส่วนของตัวตอร์ปิโด อีกชิ้นมาจากขวดหยอดน้ำมันหล่อลื่นกล้องส่องดูเหนือผิวน้ำ และมีชิ้นส่วนที่แตกออกมาจากท่อหล่อเย็นที่สั่งทำใหม่จากเกาหลีใต้ เมื่อปี 2555”

โศกนาฏกรรมเรือดำน้ำอินโดนีเซียจม น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับประเทศไทยได้เป็นอย่างดี.

โพสท์ใน ข่าวสาร | ใส่ความเห็น

“อาเซียน” เห็นพ้อง “5 ฉันทามติ” ยับยั้งความรุนแรงในเมียนมา

 

24 เม.ย.64 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงกรณีผู้นำและรัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้ง พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดเมียนมา เห็นพ้อง “5 ฉันทามติ” มุ่งแก้ไขปัญหาวิกฤติภายในเมียนมา อย่างเช่น ให้ทุกฝ่ายยกเลิกใช้ความรุนแรงกับประชาชน และปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองที่ถูกคุมขังทั้งหมด

การประชุมสมัยพิเศษของอาเซียนที่มี สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ในฐานะประธานอาเซียนปี 2564 เป็นประธาน ที่ สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ต้า เพื่อร่วมหาทางออกของวิกฤติการณ์ความรุนแรงในเมียนมา โดยนายกรัฐมนตรีไทย ลาว และประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม

“5 ฉันทามติ” ที่ประกอบไปด้วย 1.ต้องมีการยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมาในทันที 2.ต้องมีการหารืออย่างสร้างสรรค์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 3.ให้ผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนทำหน้าที่อำนวยความสะดวก เป็นสื่อกลางในการหารือโดยการสนับสนุนของเลขาธิการอาเซียน 4.อนุญาตให้อาเซียนให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และ 5.ให้ผู้แทนพิเศษรวมถึงคณะผู้แทนเดินทางเยือนเมียนมาเพื่อพบกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง

นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เปิดเผยว่า “มิน อ่อง หล่าย” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานคณะมนตรีบริหารประเทศเมียนมา ได้รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย รวมทั้งไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือจากอาเซียน พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า ทางอาเซียนจะร่วมมือกันส่งผู้แทนพิเศษไปยังเมียนมา และร่วมประสานงานให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆภายในประเทศ

ขณะที่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ระบุว่า ผลลัพธ์ร้ายแรงจากการรัฐประหารในเมียนมา ขอเรียกร้องให้กลุ่มระดับภูมิภาคให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนในเมียนมา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง

จนเกิด “วิกฤติ” ด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Raya and the Last Dragon

หนัง ปี 2021ของ วอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส กำกับโดย ดอน ฮอลล์  และ คาร์ลอส  โลเปซ เอสตราด้า ให้เสียงพากษ์โดย เคลลี่ มารี ทรานอลัน ทูดิ๊ก, อควาฟิน่า, เดเนียล เด คิม, แซนดร้า โอห์, ธาเลีย ทราน หนังจัดอยู่ในประเภท แอนิเมชั่น/แฟนตาซี/ครอบครัว

เป็นเรื่องราวของ รายา (มารี ทราน) นักรบสาวผู้กล้า ลูกสาว เบญจา (คิม) หัวหน้าเผ่าหัวใจกับภารกิจที่ต้องออกตามหามังกรตัวสุดท้ายในตำนาน หลังจากที่เหล่ามังกรได้สละชีวิตเพื่อปกป้องมนุษย์ชาติให้รอดพ้นจากการโจมตีของ ดรูน สัตว์ประหลาดที่ชั่วร้าย เพื่อฟื้นฟูแผ่นดินที่แห้งและรวมใจชนเผ่าต่างๆให้รวมใจเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง

เธอออกเดินทางตามหา ซีซู (อควาฟิน่า) มังกรน้ำตัวสุดท้ายด้วย ตุ๊กตุ๊ก (ทูดิ๊ก) สัตว์เลี้ยง (ที่น่ารัก) ของเธอ พร้อมกับเศษเสี้ยวของมณีมังกร ไปสู่ดินแดนทั้ง 5 แห่งของ คูมันตรา ดินแดนที่มีรูปร่างเป็นมังกร จากเผ่าหัวใจ บ้านของเธอ  ไปยังเผ่าสันหลัง เผ่ากรงเล็บ เผ่าหาง และเผ่าเขี้ยว ซึ่งแต่ละเผ่าต่างก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง

รายา ได้พบกับผู้คนหลากหลายในแต่ละเมือง ที่มีชื่อเป็นไทย เช่น ปราณี บุญ น้องน้อย (ทราน) ได้สัมผัสในเรื่องของอาหารในพื้นที่ต่างๆ (ข้างถนน) ที่ดูจะคุ้นเคยกันดี มีแม่น้ำที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกันมีการเดินทางไปเยือนดินแดนต่างไปตามแม่น้ำไปจนสุดท้ายของเผ่าเขี้ยวที่มีความเขี้ยวสมชื่อตามความหมายที่เข้าใจกันดีในบ้านเรา

หนังเรื่องนี้ ทางผู้สร้างบอกว่าได้แรงบันดาลมาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึง ไทย ลาว มาเลเซียอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา และสิงคโปร์ ด้วยความประทับใจในประเพณี วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของคนในภูมีภาคนี้ที่มีความคล้ายกันและต่างกัน

ตอนต้นเรื่องมีหนังการ์ตูนสั้นๆให้ได้ชมเป็นของแถมก่อนดูหนังกันด้วย

เป็นหนังแอมิชั่น/แฟนตาซี/ครอบครัว ที่เนื้อหาดี ดูสนุก  น่าดูมากเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น