“วันสุดท้าย” ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

27 ก.พ.63 เวลา 10.30 น. วันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม การอภิปรายเริ่มต้นด้วย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทยอภิปรายถึงปัญหาเศรษฐกิจ น้ำท่วมภาคอีสานชาวบ้านยังไม่ได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือ

จากนั้น นายศรัณย์ ศรัญย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงประเด็นต่างๆ คือ ขบวนการช่วยเหลือคดี บริษัท ฟิลลิปมอร์ริส ความเสียหาย 84,000 ล้านบาท แต่แตะถ่วงจนเหลือแค่ 1,224 ล้านบาท แปรรูปโรงงานยาสูบให้เป็นนิติบุคคล เรื่องขายที่ดินของพ่อนายกฯไม่จ่ายภาษี เรื่องการจัดซื้อรถถังโอพ็อทจากยูเครน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงที่มาของคดีฟิลลิปมอร์ริส ฟ้องไทยกับ WTO เมื่อปี 51 รวม 14 ข้อหา โดยไทยแพ้คดีถึง 4 ครั้ง กลายเป็นมหากาพย์เรื่องยาวอย่างละเอียด เรื่องของโรงงานยาสูบ ได้ชี้แจงถึงเรื่องของที่ดินที่แบ่งเป็นโซนไม่มีใครที่จะยกที่ดินให้เจ้าสัวได้

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงเรื่องของการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพว่าตามปกติใช้วิธีแบบรัฐต่อรัฐ การจัดหาเรือดำน้ำเพราะไทยมีพื้นที่ทางทะเลมาก ความมั่นคงทางทะเลจึงสำคัญมาก หลายประเทศมีเรือดำน้ำ เราจึงควรมี เรื่องรถถังยูเครน เพราะรถถังรุ่น M41 ที่ใช้มา 60 ปี นั้นล้าสมัยและชำรุดไม่สามารถไม่สามารถใช้งานได้

การอภิปรายดำเนินการต่อไป จนกระทั่งเวลา 17.30 น. ใกล้เวลา 19.00 น.ตามข้อตกลงที่จะปิดการอภิปราย ปรากฏว่า ส.ส.ฝ่ายค้านยังเหลือผู้อภิปรายอีกหลายคน แต่ปรากฏว่าฝ่ายค้านใช้เวลาที่มีอยู่ไปหมดแล้ว จึงได้เสนอให้อภิปรายต่อ แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ยอม สุดท้ายได้มีการสั่งปิดการประชุมในเวลา 19.15 น.

ทำให้ “พล.อ.อนุพงษ์” และ “พล.อ.ประวิตร” ไม่ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“วันที่สอง” ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ…!?

 

25 ก.พ.63 เวลา 09.30 น. วันที่สองของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังจากการชี้แจงของประธาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ขอใช้สิทธิชี้แจงถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาล ถึงเรื่องของการเรียกยศ ตำแหน่ง ไม่ห่วงว่าจะเรียกกันว่าอะไร แต่ขอให้ทหารและตำรวจที่ได้ร่วมถวายสัตย์และรับพระราชทานยศมาด้วยกันกรุณารักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ด้วย…

จากนั้นรัฐมนตรีอีกหลายคนได้ขึ้นพูดชี้แจงถึงโครงการต่างๆอย่างเช่น โครงการหอชมเมือง โครงการรถไฟฟ้า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จนฝ่ายค้านได้มีการลุกขึ้นประท้วงที่ปล่อยให้รัฐมนตรีใช้เวลาในการชี้แจงมากเกินไป

การอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านได้เริ่มต้นไปตามลำดับ สลับกับการชี้แจงขอนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และการประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ข้อมูลในการอภิปรายของฝ่ายค้านที่พูดถึงปัญหาต่างๆ การเอื้อประโยชนให้เหล่าบรรดากลุ่มทุนใหญ่ ที่อาจจะดูเหมือนว่าเป็น “ข้อมูลเก่า” ที่ได้เคยนำมาเสนอมาแล้ว

ในช่วงกลางคืน มีการอภิปรายถึง “ข้อมูลใหม่” ที่น่าสนใจ คือ  นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีต พรรคอนาคตใหม่ ได้นำเสนอถึงข้อมูลการปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operation) ว่า มีการใช้เว็บไซต์รวมทั้งเพจเฟซบุ๊กปลอม ใช้โจมตีฝ่ายที่มีความเห็นต่าง เป็นการสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน มีการเปิดกรุ๊ปไลน์ ทำกันทุกวัน มีค่าโทรศัพท์ มีรางวัลตอบแทนให้กับผู้ที่ปฏิบัติการทุกเดือน

และที่น่าตกใจก็คือ มีการเปิดเผยข้อมูลถึงแหล่งที่มาของงบประมาณที่นำมาใช้ในการปฏิบัติการว่าเป็นของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งได้มีการนำคลิปสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติการถึงการทำงานนำมาเปิดให้ส.ส.และประชาชนได้รับฟังด้วย

การปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ อาจจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ถ้าหากว่าเป็นหน่วยงานของรัฐก็อาจจะไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไป

เพราะมีการใช้ “งบประมาณ” ที่มาจาก “เงินภาษีของประชาชน”.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“วันแรก” ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

24 ก.พ.63 เวลา 13.30 น. การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (รวมทั้งนายกรัฐมนตรี) รวม 6 คน ได้เริ่มต้นขึ้น โดย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งได้ขอร้องให้ ส.ส.ไม่อภิปรายในลักษณะที่ซ้ำซ้อน ซ้ำซาก เสียดสี และหยาบคาย

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวนำการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ถึงความไร้ประสิทธิภาพ ความล้มเหลวในการบริหารประเทศ การทุจริต การเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง การใช้อำนาจโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความล้มเหลว 5 ประการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ใช้สิทธิชี้แจง ด้วยรอยยิ้มและแจ่มใส กล่าวถึงการเข้าสู่กระบวนการด้วยการเลือกนายกฯ ได้คะแนนเกิน 250 เสียง มากกว่าฝ่ายค้าน ไม่ใช้คะแนนเสียงของ ส.ว. เลย เรื่องของ ม.44 ก็ไม่เคยใช้รังแกข้าราชการ ที่ใช้ก็เพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้กับราชการ

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่น่าสนใจก็คือ นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปราย กล่าวหาถึงความร่ำรวยผิดปกติของนายกฯ จากการขายที่ดินของพ่อ เรื่องของการแก้สัญญาศูนย์สิริกิติ์ และการขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก 20 ปี

การอภิปรายฯ ใน “วันแรก” ของฝ่ายค้าน ก็ต้องขอชื่นชม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้อย่างดียิ่ง ด้วยความชัดเจน เป็นกลาง และไม่เอนเอียงไปยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ไม่ทำให้ “การประท้วง” เป็นที่ “น่าเบื่อหน่าย” ให้กับประชาชน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล”

 

จากผลการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และตัวแทน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันให้อภิปรายในวันที่ 24-26 ก.พ. และลงมติในวันที่ 27 ก.พ. แต่ถ้าหากการอภิปรายไม่จบภายใน 3 วัน จะขยายเวลาจนถึงวันที่ 27 ก.พ. และไปลงมติในวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุม

วันนี้ (24 ก.พ.) เป็นวันแรกของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (รวมทั้งนายกรัฐมนตรี) อย่างเป็นทางการของ ‘ฝ่ายค้าน’ พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศเปิดยุทธการ ‘อรุณรุ่ง’ ขู่ล้มรัฐบาล บิ๊กตู่ ขณะที่ ฝ่ายรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ ตอบโต้กลับด้วยยุทธการ ‘ดับสุริยา

การขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จากเดิมที่มีเสียงปริ่มน้ำ แต่ภายหลังเสียงของฝ่ายรัฐบาลได้เพิ่มขึ้นมามากพอสมควร จาก ส.ส.ที่เปลี่ยนค่ายของ พรรคอนาคตใหม่ รวมกับ ส.ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่เปลี่ยนขั้ว ทำให้เพิ่มมาอยู่ที่ 250 กว่าเสียง การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีเสียงโหวตชนะรัฐบาลนั้นจึงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

ถึงแม้ผลโหวตของฝ่ายค้านจะแพ้ฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายรัฐบาลจะชนะใจประชาชน หากว่าฝ่ายค้านนำ “ความจริง” มาตีแผ่ให้ทราบถึงพฤติการณ์ของรัฐมนตรี (รวมทั้งนายกรัฐมนตรี) ว่า ได้ประพฤติมิชอบตามญัตติที่เสนอ และฝ่ายรัฐบาลก็ไม่สามารถตอบคำถามให้ประชาชนได้เข้าใจอย่างชัดแจ้ง

แม้รัฐบาลจะชนะในสภาฯ แต่รัฐบาลก็จะเป็นที่ “ไม่ไว้วางใจ” กับประชาชน.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Little Women

หนัง ปี 2019 ของ โซนี่ พิคเจอร์ส กำกับโดย เกรต้า เกอร์วิก, นำแสดงโดย เชอร์ชา โรแนน, เอ็มม่า วัตสัน, ฟลอเรนซ์ พิวจ์ , เอไลช่า สแกนเล็น, ลอร่า เดิร์น, เมอริล สตรีพ, บ็อบ โอแด็นเคิร์ก หนังจัดอยู่ในประเภท ดราม่า/โรแมนติก

เป็นเรื่องราวของ สี่ดรุณี ตระกูลมาร์ช ที่ประกอบไปด้วย โจ มาร์ช (โรแนน) ที่ใฝ่ฝันเป็นนักเขียน เม็ก มาร์ช (วัตสัน) ที่อยากเป็นนักแสดง เอมี่ มาร์ช (พิวจ์) ที่อยากเป็นจิตรกร และ เบ็ธ มาร์ช (สแกนเล็น) น้องสาวตัวน้อยที่มีความสามารถในการเล่นเปียโน

ทั้งสี่สาวพี่น้องต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะออกจากบ้านที่พวกเธอได้เติบโตมา จากชีวิตของวัยรุ่นที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ ในช่วงที่สงครามกลางเมืองในอเมริกาเกิดขึ้น โดย โจ มาร์ช ที่ต้องการเป็นนักเขียนไม่ได้สนใจถึงสภาพของสังคมในยุคนั้นที่วัดความสำเร็จของผู้หญิงด้วยการแต่งงานเลย

เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ที่ตีพิมพ์ในปี 1868 จากผลงานเขียนของ หลุยซา เมย์ อัลคอตต์ ซึ่งได้ถูกดัดแปลงมาสร้างเป็นหนังมาแล้วหลายเวอร์ชัน และที่น่าจะจำกันได้ดีก็คือเวอร์ชันในปี 1994 ทีมี วิโนน่า ไรเดอร์, เคิร์สเต็น ดันสต์ แสดงนำ

เป็นหนังคราม่า/โรแมนติก ที่ยังคงน่าติดตามดูอยู่อีกเรื่องหนึ่ง.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

“บ้านพัก” ของนายกรัฐมนตรีไทย (2)

 

19 ก.พ.63 ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ทำพิธีเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์สายตรง แก้ไขปัญหาสำหรับกำลังพลกองทัพบก หรือ “สายตรง ผบ.ทบ.” พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านพักของกำลังพลชั้นผู้น้อยที่เกษียณอายุไปแล้ว

การแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านพักของกำลังพลมี 3 แนวทาง คือ 1.ต้องสร้างบ้านพักเพิ่ม แต่ทำอย่างไรก็ไม่เพียงพอและยังสิ้นเปลืองงบประมาณ 2.การเช่าบ้านตามสิทธ์ของแต่ละคน และ 3.โครงการบ้านสวัสดิการ เดิมเป็นโครงการที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่มีบ้านหลวง เพราะเป็นการออมเงินไปซื้อบ้านเป็นของตนเองอยู่ยาวไปจนถึงเกษียณ

“ปัญหาที่เกิดขึ้นเราก็ต้องมาดูว่าเกิดจากอะไร เป็นที่คนหรือระบบ หากสามารถแก้ได้ก็ต้องเดินหน้าต่อ แต่ถ้ากองทัพมองแล้วว่าเป็นปัญหาก็ต้องยกเลิก ความจริงโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ขอทำความเข้าใจว่า บางครั้งเรื่องที่ดีอาจจะเดินไปไม่ได้เพราะสังคมมองว่าเป็นเรื่องทุจริต คดโกง ผลประโยชน์ของนายทหารชั้นผู้ใหญ่…” พล.อ.ณัฐพลกล่าว

สำหรับคำถามของสังคมที่ว่า เหตุใดนายทหารระดับสูงถึงไม่มีกำลังทรัพย์ซื้อบ้านอยู่อาศัยของตนเองแต่กลับมาอยู่บ้านหลวง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องไปถามแต่ละคน อาจมองได้ว่ายังมีงานที่ต้องรับใช้ประเทศชาติอยู่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะนายพลที่อยู่บ้านหลวงก็กระทบกับบ้านของชั้นนายพลด้วยกัน เป็นคนละส่วนกับทหารชั้นผู้น้อย

ปัญหาเรื่องบ้านพักของกำลังพลชั้นผู้น้อยก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่ปัญหาที่จะต้องแก้ให้โปร่งใสและ ยุติธรรมก็คือ ทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้วต้องส่งคืนบ้านพักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทหารชั้นผู้น้อยหรือว่านายทหารชั้นผู้ใหญ่ โดยไม่ต้องคำนึงว่ายังมีงานที่ต้องรับใช้ประเทศชาติอยู่หรือไม่ เพราะทหารแต่ละคนควรที่จะมีบ้านเป็นของตนเองได้แล้ว

สิ่งที่ควรพิจารณากันเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ ก็คือ ควรให้มี “บ้านพัก” ของนายกรัฐมนตรี เพราะมีความจำเป็น ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวว่า “วันนี้ผมยังทำงานอยู่ ปัญหาของผมคือ ผมเป็นนายกฯ มันมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย จำเป็นต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศและอื่นๆอีกหลายอย่าง”

บ้านพักของนายกรัฐมนตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งมากที่สุด ก็คือบ้านสี่เสาเทเวศร์”

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

“บ้านพัก” ของนายกรัฐมนตรีไทย?

 

จากกรณีโศกนาฏกรรมกราดยิงผู้บังคับบัญชาและประชาชน ภายในค่ายทหารและห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21 ย่านใจกลางเมือง จ.นครราชสีมา ทำให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ทบ.ทบ ต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงและขอโทษประชาชนที่ “จ่าคลั่ง” ปล้นอาวุธสงครามจากคลังของทหารออกไปก่อเหตุสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่

ในการแถลงข่าวซึ่งนอกจากจะขอโทษประชาชนแล้ว ยังได้มีการประกาศรื้อระบบธุรกิจในค่ายทหารที่มีอยู่อย่างมากมาย อีกทั้งยังได้มีแนวความคิดให้นายทหารที่เกษียณอายุราชการแล้วย้ายออกจากบ้านหลวงเพื่อจัดให้ทหารเข้าไปพักอาศัยต่ออีกด้วย

ซึ่งภายหลังได้มีการสั่งการให้ กรมสวัสดิการทหารบก ตรวจสอบและทำหนังสือถึงผู้ที่เกษียณอายุที่อาศัยอยู่และไม่ได้ทำประโยชน์แก่ให้กับประเทศชาติ ออกจากบ้านพักภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ แต่ ‘ยกเว้น’ สำหรับผู้ที่เกษียณอายุแล้วแต่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เช่น นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา และองคมนตรี ยังสามารถอยู่อาศัยได้

การประกาศรื้อระบบธุรกิจและผลประโยชน์ในค่ายทหารในครั้งนี้ ก็ต้องขอชื่นชม พล.อ.อภิรัชต์ ที่ได้ตัดสินใจทำให้กองทัพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ และที่ต้องชื่นชมเป็นอย่างยิ่งก็คือ การสั่งการให้นายทหารที่เกษียณอายุออกจากบ้านหลวง แต่สิ่งที่น่าพิจารณาทบทวนก็คือ การยกเว้นให้กับนายพลที่เกษียณแล้ว ถึงแม้จะทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แต่ก็ควรให้ออกจากบ้านพักด้วย เพราะไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของฐานะทางการเงินแต่ประการใด

แต่สิ่งที่น่าพิจารณาก็คือ บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ กรมสวัสดิการทหารบก ควรทำให้เป็นบ้านพักของ “นายกรัฐมนตรี” ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง เช่นเดียวกับต่างประเทศ

เพื่อเป็นเกียรติยศ ให้กับ “ผู้นำรัฐบาล” ของประเทศไทย.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

ขอตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาแนวทางป้องกันรัฐประหาร

 

จากกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เสนอญัตติขอตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยอภิปรายว่า 88 ปี ในระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทยมีการรัฐประหาร 13 ครั้ง หรือทุก 6 ปี มีรัฐประหาร 1 ครั้ง จนประชาชนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติเป็นยาสามัญประจำบ้าน เวลาเกิดวิกฤติก็เรียกรัฐประหารออกมา

พร้อมเสนอแนวทางการตัดตอนการรัฐประหารว่ามีหลายวิธี เช่น 1.การปฏิรูปกองทัพ ต้องให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือทหาร ไม่ใช่ทหารขี่คอรัฐบาลพลเรือน 2.มาตรการกฎหมาย ให้ระบุใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ว่า ประชาชนเป็นผู้เสียหายจากการกบฏ เพื่อมิให้ศาลบอกว่า ประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหาย รวมถึงให้ระบุในรัฐธรรมนูญว่า ห้ามตุลาการยอมรับการรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และให้มีการรองรับอำนาจปวงชนชาวไทยในการต่อต้านรัฐประหาร

นอกจากนี้ต้องนำตัวผู้ทำรัฐประหารมาลงโทษ เมื่อกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ อีกวิธีคือ การกำหนดให้ความผิดต่อมวลมนุษยชาติ เป็นความผิดอาญาระหว่างประเทศ หากไปเข่นฆ่าประชาชน แม้จะนิรโทษกรรมให้ตัวเอง แต่ก็ไม่รอดพ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยไม่ยอมให้สัตยาบันในการรับรองศาลอาญาระหว่างประเทศ

ญัตติเสนอขอตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันรัฐประหารนี้ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ไม่สนับสนุนให้ตั้ง เพราะเห็นว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า ถึงจะเขียนอย่างไรก็มีคนฉีก สถาปนาตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ สิ่งที่จะป้องกันรัฐประหารได้คือ การปฏิรูปกองทัพให้โครงสร้างเล็กลง ปลุกจิตสำนึกประชาธิปไตยไว้ในหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร และปลุกจิตสำนึกประชาชนให้ต่อต้านการรัฐประหาร

การขอตั้ง กมธ.วิสามัญ ชุดดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นข้อเสนอที่ดีในการศึกษาแนวทางป้องกันการรัฐประหารที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและการเมือง การตรวจสอบถ่วงดุลไม่มี ทำให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันรัฐประหารได้เป็นอย่างดีก็คือ

นักการเมืองต้องไม่เป็น “ผู้สร้างเงื่อนไข” ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร.

โพสท์ใน การเมือง | ใส่ความเห็น

Jumanji: The Next Level

หนัง ปี 2019 ของ โซนี่ พิคเจอร์ส กำกับโดย เจก คัสแดน นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน, แจ๊ค แบล็ก, เควิน ฮาร์ต, คาเรน กิลแลน, อเล็กซ์ วูลฟฟ์, นิก โจนาส, แดนนี่ โกลเวอร์, แดนนี่ เดอวิโต้  หนังจัดอยู่ในประเภท แอ็กชัน/ผจญภัย/แฟนตาซี/ตลก

เป็นเรื่องราวในภาคต่อการผจญภัยของแก๊งเพื่อนซี้ 4 คน คือ ดร.สโมลเดอร์ เบรฟสโตน (จอห์สัน) ดร. ‘เชลลี่’ โอเบรอน (แบล็ก) ‘เมาส์ ฟินบาร์ (ฮาร์ต) รูบี้ ราว์นเฮาส์ (กิลเลน) รวมทั้ง ‘ซีเพลน แมคโดนัฟ (โจนาส) นักบินผู้ช่วยเหลือในการผจญภัย และ ไมโล (โกลเวอร์) อดีตเพื่อนที่ห่างเหินกันไปของเอ็ดดี้

พวกเขามาเจอกันในช่วงวันหยุดปีใหม่ โดย สเปนเซอร์ (วูลฟฟ์) กลับมาหาแม่ที่บ้าน และพบว่ามี เอ็ดดี้ (เดอวิโต้) คุณปู่ที่ได้ย้ายเข้ามาพักอยู่ในห้องเก่าของเขา ระหว่างพักฟื้นจากการผ่าตัดสะโพก เขาต้องพักร่วมห้องกับคุณปู่ ซึ่งทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น

สเปนเซอร์หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งทำให้เพื่อนแต่ละคนต้องกลับไปติดอยู่ในเกมพิศวงที่มีอุปสรรคต่างๆมากมายอีกครั้ง เริ่มจากป่าทึบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เนินทรายในทะเลทรายที่แห้งแล้ง หุบเขาที่สูงชัน ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ สถานที่แต่ละแห่งมีความยากลำบากที่ทั้งหมดจะต้องฝ่าฟันให้ผ่านพ้นเกมอันตรายที่สุดในโลกไปให้ได้

เป็นหนังแอ็กชัน/แฟนตาซี ภาคต่อ ที่ยังคงสนุกสนาน น่าดูเหมือนเดิม.

โพสท์ใน ดูหนัง | ใส่ความเห็น

ผบ.ทบ.’หลั่งน้ำตา’ ขอโทษประชาชน

 

11 ก.พ.63 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.กล่าวชี้แจงและขอโทษประชาชนกรณี  “จ่าคลั่ง” ปล้นอาวุธสงครามจากคลังอาวุธทหาร ไปก่อเหตุสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยกล่าวในฐานะ ผบ.ทบ.ว่า ขอโทษและขอแสดงความเสียใจอย่าสุดซึ้ง เพราะผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก

โดยกล่าวยืนยันว่า “มาตรการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธของกองทัพบกมีมาตรฐานและมาตรการในเรื่องนี้อยู่แล้ว ได้เน้นย้ำในเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอก แต่อาจมีหน่วยงานที่หละหลวม ต้องไปลงโทษหน่วยที่ไม่ได้เตรียมตัว ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม แต่ผู้ก่อเหตุมีความชำนาญในการใช้อาวุธและพื้นที่ รู้ว่าต้องเอาที่ไหนอย่างไร…”

“ตลอดระยะเวลาเกิดเหตุมีคนตำหนิ ค่ากองทัพบก ซึ่งกองทัพบกเป็นองค์กรความมั่นคงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่มีคนมากมายมาด่าทหาร อยากให้ทราบว่าท่านอย่าด่ากองทัพบก อย่าด่าทหาร กองทัพบกเป็นองค์กรไม่มีความรู้สึก ทหารยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศไทย อยู่ตามชายแดน ทหารยังปราบปรามยาเสพติด เสี่ยงชีวิตปกป้องอธิปไตยของชาติ ทหารยังต้องช่วยเหลือน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า ที่เสียสละที่ดีๆมีทั่วกองทัพบก อย่าไปด่าว่าเขาเลย…” พล.อภิรัชต์กล่าว

นอกจากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ยังได้กล่าวถึงกรณีโครงการหลายอย่างเป็นจำนวนมาก เช่น บ้านสวัสดิการทหาร การกู้เงิน การร่วมมือระหว่างหน่วยทหารกับพ่อค้า มีการวิ่งเต้น เรื่องทั้งหมดตนทราบ รับรองว่าอีก 3 เดือนต่อจากนี้ ตั้งแต่ระดับนายพลถึงระดับพันเอกหลายคนไม่มีงานทำแน่

และยกตัวอย่าง เช่น มีใครกล้ายกเลิกทีมฟุตบอล ‘อาร์มี่ ยูไนเต็ด’ หรือไม่ สัปดาห์นี้จะลงนามกับกระทรวงการคลังใช้ที่ราชพัสดุ เป็นโครงการสวัสดิการเชิงพาณิชย์ โดยนำเงินและรายได้กลับเข้าสู่กระทรวงการคลัง นี่คือการเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่หมักหมมนานานของกองทัพบก…

การแถลงขอโทษประชาชนและการกล่าวถึงการเตรียมรื้อระบบธุรกิจในหน่วยทหาร ที่เป็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น ก็คงต้องขอชื่นชม พล.อ.อภิรัชต์ เป็นอย่างยิ่งที่แสดงถึงความจริงใจ และที่ประกาศว่า โครงการต่างๆของกองทัพต้องแก้ไข ‘เอาจริง’ อันไหนไม่จำเป็นก็จะยกเลิก จะเอาจริงกับผู้ที่เอาเปรียบหลวง เพื่อนร่วมงาน แม้จะเหลือเวลารับราชการอีกเพียง 7-8 เดือนก็ตาม แต่ก็เป็นที่หวังว่า

ผบ.ทบ.จะ “ปฏิรูปกองทัพ” เพื่อกู้ภาพลักษณ์ของทหารกลับคืนมาให้ได้.

โพสท์ใน สังคม | ใส่ความเห็น